21.7.52

สบาย ๆ ที่ "นครชัยศรี"

เมื่อวันเสาร์มีภารกิจต้องเดินทางไปนครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อถ่าย VTRฟาร์มสุนัขอารักขาพันธุ์มาลินัวส์ (Malinois) ดูเผินๆ จะละม้ายคล้ายกับสุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด นั่นแหละค่ะ แล้วก็ถือโอกาสคุยข้อมูลกับเจ้าของ คือ คุณเล็ก รวมทั้งดูสถานที่ ถ่ายทำ ไปในคราวเดียว กว่าจะถ่ายจริงก็เดือนหน้าโน้น.นน
ออกเดินทางจากออฟฟิศประมาณ 11.30 น. ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงสถานที่นัดหมาย ณ บ้าน ริมแม่น้ำนครชัยศรี หรือ แม่น้ำท่าจีน ใหญ่โต โอ่อ่า สวยงาม บ่งบอกฐานะ ว่า ร่ำรวยขนาดไหน 555เสียดายที่ไม่ได้หยิบกล้องมาด้วย ปกติเราจะไม่มีพลาด แต่วันนี้ดันพลาดไปซะแล้ว อดเก็บภาพความงดงาม แบบ ชัด ๆ เลย เลยได้แค่ใช้มือถือถ่ายมา ภาพก็ชัดน้อยแบบที่เห็นนี่แหละค่ะ...555

พวก เรา 7 ชีวิต มาถึงเร็วไปหน่อย คุณเล็กขอเวลาเตรียมตัวแป็บนึง เลยบอกให้ กัปตัน พาพวกเรา ล่องเรือ ไปไหว้พระ และ ให้อาหารปลาสวายวัดไร่ขิง ค่อยกลับมาคุยกัน...อิอิ ยังไม่ทันจะทำงานเลย ก็ได้ไปเที่ยวซะแล้ว....ชอบนะ ไม่ใช่ไม่ชอบ

กัปตันพาพวกเรา ล่องเรือ ชื่นชมความสวยงามของสองฝั่งแม่น้ำนครชัยศรี ประมาณสิบนาที ก็ถึงวัดไร่ขิง

บังเอิญเหลือเกินที่วันนั้น มีแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ฯ แถวหน้าวัดไร่ขิง คนมานั่งจับจองที่เพื่อรอดูการแข่งเรือ พอเรือของพวกเรา (ขอแสดงความเป็นเจ้าของชั่วขณะ 555)แล่นผ่าน ทุกสายตาจ้องมอง มาที่เรือ ทำเอาเขินไปเลย พี่ ๆ ทีมงาน ก็เลยโบกมือทักทาย เสมือนเป็นนางงาม แก้เก้อเขิน 555

พอลงเรือไป พวกเราไม่ได้ไหว้พระ ไม่ได้ให้อาหารปลา แต่ พุ่งตรงไป หาของกิน กันเลยทีเดียว เพราะว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง จริง ๆ น้า...ยิ่งมีงานวัดด้วยแล้ว ของขายจะเยอะเป็นพิเศษ ร้านนู่นก็น่ากิน ร้านนี่ก็น่ากิน แต่พวกเราลงความเห็นกันแล้ว ว่า เลือกอาหารที่ง่าย ๆ แล้วได้เร็วที่สุด นั่นก็คือ "ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกหมู" รสชาติก็ปกติธรรมดาสามัญ พอทำให้อิ่ม แต่ยังไม่เต็มที่ ก็เลยต้องต่อด้วย "หมูปิ้ง" ที่อร่อยสุด ๆ เป็นหมูปิ้งหมักขมิ้นและนมสด รสชาติคล้าย ๆ หมูสะเต๊ะ ขอบอก หมูนุ่ม มาก ๆๆๆ เบ็ดเสร็จซื้อมา 20 ไม้ แบ่ง ๆ กัน ทุกคนลงความเห็นว่าอร่อยดี...พี่อีกคนติดใจในรสชาติ เลยต้องซื้อกลับไปที่บ้าน อีก แถมขอเบอร์เจ้าของมาเสร็จสรรพ เผื่อว่า จะได้เป็นข้อมูล ทำรายการ ได้อีก...อิอิอิ



อิ่มได้ที่กันแล้วก็มาดูนั่งดูแข่งเรือแป็บนึง แต่เหตุผลจริง ๆ คือ เรือพวกเรายังออกตอนนี้ไม่ได้นะซี่..ติดเรือยาวที่แข่งกัน นั่นเอง...ใครจะดูก็ดูไป หนูจะถ่ายรูป ชัดเจน 5555 ขนาดไม่ได้เอากล้องมา She ยังสามารถ 555555 ถ่ายจน Memory ในมือถือเต็ม จะลบก็เสียดาย จะถ่ายใหม่ก็ไม่ได้แล้ว... จบข่าว


อยู่ที่วัดไร่ขิงกันเกือบชั่วโมง ถึงได้นั่งเรือกลับบ้าน (คุณเล็ก) ไปถึง คุณเล็กแต่งตัวสวย รออยู่แล้ว คุยกันไปได้สักพัก สรุปใจความได้ว่า "จากคนที่เกลียดสุนัข วันนี้หลงรักมาลินัวส์ จนทำเป็นฟาร์มใหญ่โต แถมกำลังจะส่งสุนัขไปแข่งขันระดับโลก" แล้วก็คุยเรื่องราวความรักกันนิดหน่อย จากนั้นคุณเล็กก็ขับรถกอล์ฟ พาพวกเรา มาชมฟาร์มสุนัข(ไฮโซขึ้นมาเลยทันที ให้เจ้าของบ้านขับรถให้ 555)ห้องที่สุนัขอยู่ก็ติดแอร์ให้อย่างดี 40 ห้อง จ้างครูฝึกจากต่างประเทศมาเทรนด์ให้โดยเฉพาะ

และวันนี้ก็ยังมีงาน Grand Opening เปิดสระว่ายน้ำสุนัข ของที่นี่ด้วย เหล่า Celeb คนดัง ไฮโซ เพื่อนของคุณเล็กทะยอย กันมาถึง ประมาณ เกือบสิบคน พวกเรานั่งดูน้องหมาว่ายน้ำ สนุกสนาน และ ดูความน่ารักของเจ้าก๊อด ลูกสุนัขวัย 2 เดือน ที่สามารถทำตามคำสั่งได้ เช่น ให้ นั่ง มอบ คอย และการจับขโมยของเจ้ามาลินัวส์ ถ้าใครโดนมันกัดแล้วละก้อกระดูกแตกเลยทีเดียว สนนราคาสุนัขพันธุ์มาลินัวส์ของที่ฟาร์มคุณเล็ก อยู่ที่ ตัวละ 35,000 ถือว่าไม่แพงเลย เพราะได้สุนัขที่มีคุณภาพจริง ๆ เราคิดว่าคนที่รักมาตัวโต ๆ ตัวใหญ่ ๆ คงชอบ

ดูโชว์สุนัขแล้ว ก็เลยร่วมปาร์ตี้ไปกับเขาด้วย เมนูมากมาย เริ่มจากออเดิร์ฟ เป็น ปอเปี๊ยะทอด ลูกชิ้นปลาทอด และ เผือกทอดเจ้าอร่อยที่เล็กสั่งตรงมาจากหัวหินเลย ยังมีก๋วยเตี๋ยวน้ำตกที่ใส่เห็ดหอมด้วย เริ่ด มาก ๆ ลาบแซลมอน ปิดท้ายด้วยเบอร์เกอร์สูตรพิเศษของที่บ้านคุณเล็ก เบอร์เกอร์ เนื้อโกเบ แล้วยังมีเนื้อแกะอีก อร่อยมากๆๆๆๆ เรียกว่า อิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า.... ทำไม๊ ไม่เอากล้องถ่ายรูปมา โกรธ โกรธ โมโห ตัวเอง เป็นที่สุด

ช่วงนี้อยู่เก็บเนื้อเก็บตัวบ่มผิว อยู่แต่ ใน STUDIO ไปก่อน เดือนหน้าค่อยกลับไปแก้ตัวใหม่ที่เดิม คราวหน้ารับรอง ไม่พลาด ค่ะ

13.7.52

อยากเป็นสาวชาวไร่ (หน่อไม้ฝรั่ง)

เชื่อแล้วล่ะค่ะว่าการมีไฝที่เท้า ทำให้ชีพจรลงเท้า แบบนี้นี่เอง ช่วงนี้ออกต่างจังหวัด ทุกบ่อย ทุกบ่อย กินในรถตู้ นอนในรถตู้ จนจะ " โตในรถตู้" อยู่แล้วเชียว

นึก ๆ ดู ก็ละม้ายคล้าย เหล่า The Star เหมือนกันนะคะเนี่ย เพราะ "คุณได้ไปต่อ" 55555 ไปต่อจริง ๆ หลังจากดูโลเคชั่น ที่บ้านกรูดกันแล้ว ก็ไปต่อ กันที่ จังหวัดสระแก้ว ค่ะ เพื่อไป ถ่ายทำ ไร่หน่อไม้ฝรั่งเกษตรอินทรีย์ ที่ใหญ่ ที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่ หมู่บ้านมั่นคงชนบท ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งได้ ระหว่างนั่งรถตู้ไปสังเกตว่า จังหวัดสระแก้ว น่าจะเป็นจังหวัดที่มีชื่ออำเภอ ตำบล นำหน้า ด้วย วัง มากที่สุดในประเทศไทยนะ เดี๋ยวก็ วังปี วังจำปา วังใหม่ และ อีกหลาย ๆวัง จนนึกว่าตัวเองเป็นราชนิกูล เลยนะเนี่ย...อ่ะล้อเล่ง

เจ้าหน้าที่จาก วิทยาลัยชุมชน จังหวัดสระแก้ว มารอรับ ที่ สี่แยก สระขวัญ และ พาแวะ ดื่มกาแฟกัน ก่อนออกเดินทางต่อ มาที่ ไร่หน่อไม้ฝรั่ง พอมาถึงที่ไร่ เจอแต่ ไร่มันสับปะหลัง งง ๆ ไหน ไร่หน่อไม้ฝรั่ง เจ้าหน้าที่บอกว่า ต้องเข้าไปด้านในอีกประมาณ 500 เมตร พอไปถึง งงอีกรอบ นี่นะเหรอ ไร่หน่อไม้ฝรั่ง !!! เพราะหน้าตา ต้นหน่อไม่ฝรั่ง ไม่เห็นเหมือนในจินตนาการเลย เราเคยจินตนาการไว้ว่า ต้นหน่อไม้ฝรั่ง มันคงขึ้นเป็นหน่ออย่างชัดเจน เป็นทิวแถวสวยงาม เหมือนผักเมืองเหนือ แต่สิ่งที่เราได้เห็น มันเหมือนกับต้นผักชีลาว ที่เราใส่แกงอ่อม ต้องเพ่งพิจารณาใกล้ ๆ ถึงจะได้เห็น หน้าตา "หน่อไม้ฝรั่ง"

กว่าจะออกมาเป็นหน่อได้แบบนี้ เกษตรกร ต้องเพาะพันธุ์จากเมล็ดหน่อไม้ฝรั่ง ไว้ประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้น ก็นำไปปลูกที่แปลง อีก ประมาณ 3 เดือน หน่อไม้ฝรั่งก็จะออกหน่อ แถมปลูกครั้งเดียว สามารถเก็บหน่อขายได้ ยาวนานถึง 3 ปีเลยค่ะ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความใส่ใจด้วย ชาวบ้าน บอกว่าหน่อไม้ฝรั่งชอบให้เอาใจ คือ รดน้ำเป็นเวลา คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ถอนหญ้า พรวนดิน ถึงจะงอกงาม ค่ะ
ที่บอกว่าเป็นเกษตรอินทรีย์ เพราะ เกษตรกรเขาไม่ใช้สารเคมีกันเลยค่ะ ยกตัวอย่าง ยาฆ่าแมลง ก็จะใช้ ดอกดาวเรืองต้มกับใบสะเดา ปุ๋ย ที่ใช้ ก็ใช้ ปุ๋ยคอก กับปุ๋ยหมัก เรียกว่าทุกขั้นตอนจนออกมาเป็นผลผลิตส่งขายต่างประเทศ ปลอดสารพิษ จริง ๆ ค่ะ
แถมเกษตรกรที่นี่ เขายังใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ในการทำหน่อไม้ฝรั่ง จากสีเขียว ๆ ให้กลายเป็นหน่อไม้ฝรั่งขาว โดยการครอบถุงดำ ไม่ให้หน่อไม้ฝรั่ง ได้รับคลอโรฟิลด์ มันก็จะกลายเป็นต้นสีขาว อวบ ราคาดีกว่าหน่อเขียวซะอีกนะคะ ส่งขาย ราคา กิโลกรัมละเกือบ 60 บาท เลย ฝรั่งจะชอบต้นขาวมากกว่าต้นเขียว ค่ะ
และทุกวัน เวลาประมาณบ่ายสอง จะมีรถจากบริษัท มารับซื้อ หน่อไม้ฝรั่งจากเกษตรกร ถึง จุดรับซื้อ ด้านหน้าไร่กันเลยค่ะ เค้าก็จะมีการคัดแยกเกรด แต่ละเกรดราคาก็จะไม่เท่ากัน ต้นอวบ ๆ อ้วน ๆ ราคาจะดีมาก ๆ เห็นบิลของแต่ละคนแล้ว วันนึง รับกัน พันกว่าบาท ๆ เดือนนึง 30,000-40,000 บาท จนเราอยากจะไปเป็นสาวชาวไร่ หน่อไม้ฝรั่งเลย

ทำงานกันเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จากวิทยาลัยชุมชน พาไปทานอาหารกลางวัน อาหารบ่าย ที่ร้านอาหารตามสั่ง เล็ก ๆ ออกจากไร่มาไม่ไกล ซึ่งเป็นร้านประจำเวลามีแขกมาเยือนมักจะพามาร้านนี้ เมนูขึ้นชื่อของเขา คือ หอยกระทะ และ สุกี้ ร้านนี้ขายดี จะปิดช่วงบ่าย ๆ ไปถึงเกือบจะปิดร้านแล้ว หอยกระทะก็หมดแล้ว แต่ เจ้าของร้านใจดี เห็นแขกผู้ใหญ่มา ก็เลยไปตีแป้ง ทำหอยกระทะ ให้
คนอื่น ๆ เลือกสั่ง ราดหน้า ส่วนเราเลือกสั่ง สุกี้แห้ง พอได้ชิมเท่านั้นแหละค่ะ รสชาติอร่อยขั้นเทพ (สำหรับเรานะ) อร่อย มาก ๆๆๆๆๆ เข้มข้น กลมกล่อม จริง ๆ อร่อยจนอยากจะซื้อใส่กล่องไปฝากแฟนสุดที่รักเลย...แต่ สามชั่วโมงกว่า จะดีเหรอ...555
วันเสาร์ที่ผ่านมา ไปเยือนไร่หน่อไม้ฝรั่งอีกครั้ง กับ Job รายการใหม่ในการเสนอช่อง ทีวีไทย ทุกอย่างเหมือนเดิม แวะ ไป หม่ำร้านเดิม สั่ง สุกี้แห้ง เหมือนเดิม ก็มันอร่อยจริง ๆ นะคะ

นอกจากอยากจะเป็นสาวไร่หน่อไม้ฝรั่งแล้ว ความฝันอีกอย่างหลังปลดระวางจากงานในวงการ ก็คือ อยากทำรีสอร์ทเล็ก ๆ ตกแต่งเก๋ ๆ ให้คนมาถ่ายรูปกันเยอะ ๆ ไม่ต้องพัก แวะมาถ่ายรูปก็ยังดี เพราะ เรา ชอบถ่ายรูป 5555 ทำอะไรก็ได้ ที่สนอง need ตัวเอง ว่างั้น 555

แฟนสุดที่รัก ในมาดชาวไร่ ที่ สวนลำไย เชียงดาว จ. เชียงใหม่ "บอกพ่อแม่ตะเอง แบ่งมรดกเป็นที่ดิน ที่เชียงดาวให้เค้าบ้างได้เปล่า"....แบบว่า ความฝันเค้าจะได้เป็นจริงซะที...อิอิอิ เค้าล้อเล่ง...แต่ถ้าได้จริงก็ดีนะ เค้ายินดีน้อมรับ 5555

12.7.52

@คีรีวารี (อีกแล้ว)

หลังจากไปดูสถานที่ถ่ายทำ ที่ คีรีวารี มาแล้ว 1 รอบ วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก็ได้กลับไปอีกครั้งเพื่อทำงานที่เรารัก (ขนาดนั้น 555) ทีมงาน 20 กว่าชีวิต (เยอะได้อีก!!) นัดเจอกันที่ออฟฟิศเพื่อขึ้นรถตู้ 04.30 น. ตีสี่ครึ่ง !!!! จะเช้าไปไหน...อ๋อ ก็ไปคีรีวารี สิเนอะ ถามเองตอบเองเสร็จสรรพ 555 ล้อหมุนตีห้า เช้าขนาดนี้ ทำให้เราต้องตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ ตีสามครึ่งเลยทีเดียว กว่าจะอาบน้ำ ทาครีม แต่งหน้า แต่งตัว แฟนสุดที่รักบอกว่า "วันนี้ไม่ต้องแต่งหน้า แต่งไปก็เท่านั้นแหละ เพราะไปถึงก็ต้องขึ้นรถตู้ ไม่มีใครเห็นตะเองหรอก" แต่ด้วยความเคยชิน ก็ต้องปกปิด กลบเขี่ย หนังหน้ากันนิดนึง เพื่อความมั่นใจ

ถึงออฟฟิศตีห้าเป๊ะ รอสมาชิกอีก 2-3 คน รีบจับจองที่นั่ง ไม่ใช่สิ ที่นอน ในรถตู้ แวะรับเพื่อนสาวอีกคนที่ รพ. บางมด Sheไม่ได้ไปทำศัลยกรรมอะไรหรอกนะคะ แต่บ้าน She อยู่แถวนั้นพอดี๊ พอดีเลย ทางผ่านว่างั้นเหอะค่ะ ทีนี้ก็ตีตั๋วยาว ถึงแม้คนขับรถ จะขับเร็วได้ใจ แอดเวนเจอร์สุดสุด โค้งแต่ละทีเหวี่ยงเต็มที่ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการนอนของเรา เจอกันอีกที่ ที่บ้านกรูดนะจ้ะ ทุกคน

แปดโมงกว่า ๆ รถตู้แวะจอดที่ปั๊มน้ำมัน เพื่อให้สมาชิกเข้าห้องน้ำ ยืดเส้นยืดสาย เข้าร้านสะดวกซื้อ ส่วนเราก็ยังนั่งมัวขี้ตาต่อไป นั่งรถอีกแป็บเดียว ประมาณเก้าโมงครึ่ง ก็ถึง คีรีวารี
ทีมงานระดับออสก้า 20 กว่าชีวิต มาถึงคีรีวารี โดยพร้อมเพรียง ก็เข้าไปไหว้สักการะหลวงปู่ม่วง ที่ ศาลด้านหน้า คีรีวารี เพื่อความเป็นสิริมงคล อฐิษฐานให้การถ่ายทำในวันนี้ราบรื่น ไร้อุปสรรค เจ้าหน้าที่เล่าประวัติของหลวงปู่ม่วง ให้ฟังว่า ท่านเป็นที่เคารพ ศรัทธาจากชาวบ้าน เพราะเป็นพระนักพัฒนาแห่งวัดคงคาราม ผู้ค้นพบและพัฒนาวัดถ้ำคีรีวงศ์ ซึ่งยังมีหลักฐานการเสด็จของรัชกาลที่ 5ว่าเคยเสด็จมาพบหลวงปู่ม่วง ถึงถ้ำคีรีวงศ์อีกด้วย ชาวบ้านกรูด นิยมนำกาแฟดำ ขนม ผลไม้และดอกไม้มาสักการะหลวงปู่ จากนั้นก็จะไหว้ศาลตายายด้วยน้ำ และขนม พอไหว้กันเสร็จเรียบร้อย แอบเห็นทีมงานบางคนซื้อลอตเตอรี่กันเลยทันที


เอาของไปเก็บกันเรียบร้อย ที่ Grand pool Villa ก็ออกมารับประทานอาหารเช้า เจ้าหน้าที่ เตรียม ข้าวผัดคะน้าปลาเค็ม ผัดกระเพราทะเล และ แกงจืดผักกาดขาว ผักที่นี่ปลอดสารพิษ ปลูกเองที่ไร่อิ่มกันได้ที่แล้ว ก็เริ่มทำงานที่เรารัก อย่าได้ช้า

บ่าย ๆ ก็ถึงเวลา หม่ำข้าวกันอีกแล้ว มื้อนี้ มี แกงเหลืองสัปปะรด และ ผัดหน่อไม้ฝรั่งใส่กุ้ง ซึ่งหน่อไม้ฝรั่งนี้มาไกลจากจังหวัดสระแก้ว เลย แถมยังเป็นไร่หน่อไม้ฝรั่งเกษตรอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (ไว้จะเล่าให้ฟังครั้งหน้านะคะ) แถม ยังมีสลิ่มเย็น ๆ ให้หม่ำกันอีกด้วย สุดยอดความอร่อยอยู่เขาจะใส่มะพร้าวกะทิ ที่คว้านเป็นก้อนกลม ๆ อร่อยมาก ๆ
อิ่มแล้ว ก็ทำงานกันต่อ ช่วงบ่าย คิวถ่ายทำ ที่สปา มีฝนตก เกือบถ่ายกันไม่ได้ซะแล้ว แต่โชคดีที่ฝนตกแค่แป็บเดียว แหม...เสียดายนะเนี่ย 555 ผลิตภัณฑ์จากคีรีวารี มีทั้ง สบู่ที่ ทำเป็นรูปหัวใจ รูปหอย รูปปู รูปใบไม้ หอม ๆ ทั้งนั้น และ แชมพู เจลอาบน้ำ น้ำมันหอมระเหย กลิ่นไทย ๆ มีให้เราเลือกซื้อที่ด้านหน้าคลับเฮ้าส์ เพื่อเอากลับไปฝากคนที่บ้านด้วย

ช่วงเย็น มีคิวถ่ายทำ เมนู สลัดคีรี วารี ถ่ายเสร็จ เราจะได้ชิมกันด้วยแหละ อิอิ ที่เขียน ๆ มานี่ รู้สึกว่าจะออกแนวทำงานนิดหน่อย แต่กินมากมาย นะเนี่ย 555 มีแต่เรื่องกินทั้งนั้นเลย หกโมงเย็นปิดกอง ด้วยความระโหยโรยแรง และ ความดำ ดำมาก..กกกกก ปกติก็ดำอยู่แล้ว จะดำไปไหนอีก...!!!!พร้อมปิดท้ายเมนูอาหารเย็นอร่อย ๆ จาก คีรีวารี เป็น ยำมะม่วง ผัดผัก และ สลัดคีรีวารี ฝีมือ ดร.สิริกร ด้วย ค่ะ

ผักสด ๆ จากไร่

น้ำสลัดคีรีวารี ใช้ น้ำมันมะพร้าว ที่เป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัดประจวบฯ เป็นส่วนกอบด้วย ค่ะ


ส่วนเจ้าฉลามวาฬ ที่ มุ่งมั่น ว่าจะได้เจอกัน ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ ที่รีสอร์ท บอกว่า มันว่ายน้ำไปโผล่ ที่หาดอื่นแล้ว ทำให้พวกเราผิดหวังไปตาม ๆ กัน เห็นจะเจอก็แต่ หมาทะเล ที่วิ่งเข้าฉากอยู่ตลอดเวลา กล้องเห็นมัน มันเห็นกล้อง รู้คิวเกินไปแว้ว !!!! 555

พี่จับมันไว้ จับมันไว้!!!


ขึ้นรถตู้ปุ๊บ ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันเลย ทุกคน หลับ !!! เจอกันอีกที่ ที่กทม. 23.30 น.มีทริปต่างจังหวัดรออยู่อีก...ไปมา 3 จังหวัดแล้วนะ ขอหนูขาวบ้าง อะไรบ้าง ได้เปล่า????

7.7.52

@คีรีวารี บ้านกรูด

รู้สึกว่าช่วงนี้ ตัวเองจะถูกโฉลกกับการเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดเป็นพิเศษ ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมีภารกิจในการไปดูสถานที่ถ่ายทำ ที่ บ้านกรูด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จุดหมายปลายทางของพวกเราอยู่ที่ Keeree waree Seaside Villa&Spa ของ ดร.สิริกร มณีรินทร์ และ ครอบครัว นั่นเองค่ะ

ทีมงาน 5 ชีวิต ออกเดินทางกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า รถติดเล็กน้อยเพราะเป็นวันหยุดยาว ประมาณ 9 โมงกว่า ๆ แวะหม่ำอาหารเช้า ที่ "ร้านตุ๊โภชนา" ที่อยู่ริมถนนเพชรเกษม ช่วงเขาย้อยระหว่างทางไปเพชรบุรีค่ะ ลงจากรถตู้ด้วยอาการมัวขี้ตาเล็กน้อย แบบว่า ยังไม่ตื่นดี 555 เห็นคนเข้าแถวสั่งอาหารกันเยอะมาก คิดในใจ นึกว่าร้านนี้แจกฟรีคนเยอะได้อีก 55 รีบหาที่นั่งก่อนเลย เล็งไปเห็น ว่าร้านนี้มี "ขนมถ้วย" ด้วย แทบอยากจะหม่ำขนมถ้วยก่อนข้าวเลย...โปรดปรานมาก ๆ

เลือกสั่ง แกงหมูใบมะขามถั่วฝักยาว หอยหวาน ไข่พะโล้ ทอดมันปลากราย และ ห่อหมก อาหารทุกอย่างหายเกลี้ยงในพริบตา รวมถึงขนมถ้วย อีก 5 คู่ แสดงว่า อร่อยใช้ได้ อิ่มแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ หลับกันต่อ 555 ใช้เวลา ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึง คีรีวารี ค่ะ


พอไปถึงคีรีวารี เข้าใจเลยว่า "หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง" เป็นแบบนี้นี่เอง และ คุ้มค่ากับการเดินทางเกือบ 5 ชั่วโมง (รวมแวะเอิงเอยด้วย) เพราะเป็นรีสอร์ท ที่ ร่มรื่น สวยงาม ร่วมสมัย เน้น ความเป็นธรรมชาติ มาก ๆ โดยใช้"ไม้"เป็นวัสดุในการก่อสร้างทั้งหมด เจ้าหน้าที่ ออกมาต้อนรับ และให้พวกเรานั่งพักผ่อน ดื่มน้ำมะพร้าวเย็น ๆ ที่คลับเฮ้าส์ กันก่อน


คลับเฮ้าส์ของคีรีวารีจะเป็นห้องอาหารแบบรับลมชมวิว ด้านหน้าเป็นสระว่ายน้ำขนาดย่อม สระว่ายน้ำที่นี่จะเป็นระบบน้ำเกลือ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม คนว่ายสามารถลืมตาในน้ำได้โดยไม่แสบตาด้วยค่ะ สามารถว่ายน้ำไป ชมวิวทะเล ชายหาด และวิถีชีวิตชาวบ้านไปพร้อมกันได้ แต่เราว่า ดูจะเอิกเกริกไม่นิดนึง เพราะติดถนนเชียว ขอไปว่าย สระข้างในดีกว่า เพราะค่อนข้างใหญ่ และ มีสระเล็กสำหรับเด็ก ดูเป็นส่วนตั๊วส่วนตัว แถมอยู่ใกล้กับสปาด้วย

นั่งพักกันหายเหนื่อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็พาไปชมรีสอร์ท เริ่มตั้งแต่ ในส่วน ของ สปา ที่มีทั้งนวดแผนไทย และ นวดน้ำมัน โดยน้ำมันนวดของที่นี่จะใช้ดอกไม้ไทย ๆ อย่าง ดอกปีบ ดอกบัว และสมุนไพรอย่างดี ที่คีรีวารีผลิตเอง


"ศาลาริมสระบัวที่สงบเงียบ เหมาะสำหรับไปนั่งอ่านหนังสือ"

ในส่วนของที่พัก จะ มี วิลล่าทั้งหมด 41 หลัง ให้ความรู้สึก เหมือน “กลับไปสู่ธรรมชาติแบบไทยๆ” แบ่งเป็น 4 แบบ คือ

Grand Pool Villas มี 3 หลัง จะมีรั้วรอบขอบชิด มี สระน้ำและจากุซซี่ส่วนตัว เหมาะกับคู่ฮันนีมูน มาก ๆ


Sea Villas 6 หลัง ตกแต่งอย่างหรู สามารถเปิดรับธรรมชาติได้รอบด้านทั้ง เสียงจากใบไม้ สายลม และคลื่นกระทบฝั่ง ที่มองเห็นได้จากวิลล่า
Garden Villas มี 24 หลัง อยู่กลางสวน ติดสระว่ายน้ำ และยังมี Connecting villa อีก 5 คู่ สำหรับแขกที่มาแบบครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อน ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เหมาะกับการสังสรรค์ มาก ๆ ค่ะ "connecting room"
Lake Villas 8 หลัง บรรยากาศเงียบสงบเสมือนอยู่กลางป่า มองเห็นบึงบัวใหญ่ในคลอง และลานสนามหญ้าด้านหน้าวิลล่า จะนั่งเล่นอาบแดดหรือพายเรือ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตก ก็โรแมนติกไปอีกแบบ ส่วนใหญ่ ฝรั่งจะชอบพัก Lake villas กันค่ะ
ห้องน้ำของที่นี่ จะใหญ่เป็นพิเศษ แถมเก๋ไก๋ โรแมนติก สุด ๆ จะเลือกอาบฝักบัวด้านใน หรือ อาบ rainshower ที่อยู่ด้านนอก ก็ได้ ให้ความรู้สึกเหมือนเราอาบน้ำกลางธรรมชาติในสวน (กล้วย) ใต้แสงจันทร์หรือแสงดาว

แถมผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำก็เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น สบู่เหลวน้ำมันมะพร้าว แชมพูมะกรูดกับส้มป่อย เรียกว่าเป็น "รีสอร์ทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" จริง ๆ
"ยามเย็นนอนเล่นริมหาดแม่กรูด"

"ศาลาชมดาวยามค่ำคืนมองเห็น ท้องฟ้าและทะเลบ้านกรูดในอีกมุม"


เดินชมจนทั่วรีสอร์ท บ่ายโมงกว่า ๆ ก็กลับมาที่คลับเฮ้าส์กัน เจ้าหน้าที่จัดอาหารไว้ให้พร้อมแล้วหลายเมนู ไก่ทอดน้ำปลา ต้มยำรวมมิตร ยำปูนิ่ม และ ผัดคะน้าปลาเค็ม อิ่ม อร่อย หมดเกลี้ยงทุกจาน เหมือนเดิม

ปิดท้ายโปรแกรมทำงานไป เที่ยวไป ด้วยการไปชม "ฉลามวาฬ" สุดยอดที่ไม่ควรพลาดชมเลย ดร.สิริกรเล่าให้ฟังว่า หลายคนเสียเงินเป็นหมื่น ๆ ไปดำน้ำเพื่ออยากจะเห็นฉลามวาฬสักครั้งในชีวิต แต่ห่างจากคีรีวารีไปประมาณ 4-5 กิโลเมตร บริเวณหน้าหาดบ้านหนองมงคล เชื่อมต่อหาดบ้านดอนสำราญและหาดบ้านกรูด ห่างจากฝั่งไม่ถึง 30 เมตร ช่วงเวลาประมาณ 4-5 โมงเย็น ปลาฉลามวาฬจะออกมากระโดดโลดเต้น โชว์ตัวให้เราได้เห็น แค่เรายืนอยู่ริมหาด ก็สามารถเห็นหรือ ถ้าอยากสัมผัสอย่างใกล้ชิด นั่งเรือออกไป ไปกี่ร้อยเมตร แค่คนละ 20 บาท ก็ได้เห็นฉลามวาฬ ตัวเป็น ๆ แล้ว มีคนมาเฝ้ารอการปรากฎตัวของเจ้าฉลามวาฬกันเยอะมาก แต่วันนี้พวกเราโชคร้ายไปหน่อย สี่โมงกว่าแล้วมันยังไม่ออกมา รออยู่พักหนึ่ง ก็เลย ตัดสินใจมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯกัน ใช้เวลา 4 ชั่วโมงกว่า ๆ ทำเวลาได้ดี ถึงกรุงเทพฯ ประมาณ สามทุ่มนิด ๆ มีเวลาไปดูหนังกับแฟนสุดที่รักต่อได้อีก


ระหว่างรอเรากลับมาจากบ้านกรูด แฟนสุดที่รักก็หม่ำบะหมี่น่องไก่เจ้าอร่อย แถวลาดพร้าวซอย 1 ไปเรียบร้อยแล้ว เราเลยต้องหม่ำอะไรง่าย ๆ และสิ้นคิด อย่าง KFC 555
พรุ่งนี้ต้องเดินทางตั้งแต่ ตีห้า ไปที่คีรีวารีอีก เพื่อถ่ายทำรายการ คาดว่าคงจะได้เจอกันนะ..เจ้าฉลามวาฬ