5.9.52

Return of the Last Day Show: Will I survive?

หลังจากที่ได้ไปชม และ ฮากระจาย กับ The Last Day Show กับเพื่อนสาว เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ยังประทับใจ และ ขำ ไม่หาย พอได้ยินพี่ คอสตูมในทีม บอกว่า จะมีจัดแสดงอีกครั้งเดือนสิงหา ที่โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ เราก็เฝ้าตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ และ แอบคิดว่าใครน้อจะใจดี ให้บัตรไปดูบ้าง 555 ร่ำ ๆ อยากจะดูจนเพื่อนสาวคนเดิม ผู้ร่วมชะตากรรมกันตั้งแต่ครั้งแรก ได้ต่อสายตรงไปถึงพี่ไข่มุกคนสวย แล้วบอกเจตนารมณ์อันชัดเจน แบบไม่อ้อมค้อมใด ๆ ว่า "อยากจะดูโชว์ ขอบัตรหน่อยสิเคอะ 555" ขนาดเป็นโชว์การกุศล พวกเรายังไม่ละเว้น และ ไม่ลงทุนเลย 555 (รายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้โครงการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ) จนในที่สุดก็ได้บัตร มา 4 ใบ ต้องขอบคุณพี่ไข่มุกคนสวย จิตใจงาม มา ณ ที่นี้ด้วย...น้ำตาไหลพรากเลยค่ะเนี่ย555

ครั้งนี้มีสมาชิกเพิ่มมาอีก 1 คน คือ พี่สาวในทีม แต่ ทั้งเพื่อนสาว และ พี่สาว มีถ่ายงานกันก่อนอาจจะมาถึงที่ช้านิดนึง แอบคิดในใจว่า สงสัยประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแน่ ๆเพราะครั้งก่อน เราต้องนั่งดูคนเดียวไปครึ่งโชว์ เพราะเพื่อนสาวมาเลท (ตล๊อด) เลยต้องรีบไปถึงก่อนเพื่อรับบัตรให้ทันบ่ายสอง...เพราะโชว์จะเริ่ม 15.00 น. แต่ขอโทษรถติดมาก ๆ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น นั่งอยู่ในรถ ติดอยู่หน้าช่อง 5 นานมาก ๆ จนบ่ายสองกว่า ๆ คิดว่าไม่ทันแน่ ๆ อย่ากระนั้นเลย ลงรถแล้วซิ่งมอเตอร์ไซค์จะดีกว่า ลัดเลาะซอกซอย จนมาถึง คิงพาวเวอร์ 14.30 น. ก็ยังทันอยู่น้า


รับบัตรเรียบร้อย โทรรายงานการจราจรให้สมาชิกได้ทราบว่า ขณะนี้รถติดมาก ๆ นะขอบอก ระหว่างรอ ก็เดินเล่นดูของไปเรื่อยเปื่อย ถ่ายรูปเล่นเรื่อยเปื่อย จนบ่าย 3 สาว ๆ ก็ไม่มาไม่ถึง ติดอยู่อนุสาวรีย์ เราเลยต้องเดินเงียบ ๆ เหงา ๆ เข้าโรงละคร ไปคนเดียว ได้ที่นั่งสุด VIP เป็นส่วนตัวมาก ๆ ไปปะปนกับใคร เริ่ด มาก ๆ โชว์ยังไม่ทันเริ่ม เพื่อนสาว และ พี่สาว ก็มาถึง (จริง ๆ ทีมโชว์เขารอให้คนเต็มที่นั่งก่อน ค่อยโชว์ 5555)


การดำเนินเรื่องและโชว์เพลงเหมือนครั้งที่แล้วเลย แต่เนื้อหากระชับขึ้น ตัดโชว์บางเพลงออกไป มุกบางอย่างเหมือนครั้งที่แล้ว ส่วนความขำ รับประกันเลย ขำตล๊อด ตล๊อด ยิ่งกว่าเดิม เพราะเขามีคอนเซ็ปต์ ร้อง เต้น เน้นจิกกัด กับมุกใหม่ ฮาใหญ่ ไม่ซ้ำใคร นักแสดงก็ยังคงเป็น ป้าเดย์ ฟรีแมน นางโชว์มือหนึ่ง และเพื่อนสาวสุดจี๊ด พี่ไข่มุก (พี่เค้าจี๊ดจริง ๆ จะพูด จะทำอะไร ทำให้พวกเราขำได้ตลอด พี่เค้าเกิดมาเพื่อสิ่งที่จริง ๆ...พี่เค้าเป็นพรีเซ็นเตอร์วีต้าพรุนสกัดด้วยนะ กินแล้ว หน้าพรุน 555-มุกในโชว์) นอกจากจะรวมเอานักแสดงตัวแม่จากโชว์ครั้งที่แล้วทั้ง เจสัน ยัง เจ๊ไก่ ป้าแจ๋ว พี่โหน่ง และเหล่าบรรดา Miss ACDC ไว้แล้ว ยังมี เต๋า สมชาย และ พี่ท็อป ดารณีนุช มาแท็คทีมเสริมความมันและฮา กว่าเดิม เต๋านี่เจอมุข กระทืบ ตลอด "จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนดีโปรดอย่าตัดสินจากข่าวในหนังสือพิมพ์ เราให้ศาลเป็นผู้ตัดสินจะดีกว่า" 555

ดูกันไปฮากันไป ขำกระจาย เวลา 3 ชั่วโมงผ่านไปเร็วมาก ๆ เดินออกมาจากโรงละคร ไหน ๆ ก็มาดูกันฟรีกันแล้ว มีความละอายใจอยู่บ้าง 555 เลยหย่อนกล่องบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนเข้าโครงการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกเฉลิมพระเกียรติฯ ซะหน่อย เป็นการทำบุญ เสร็จแล้วก็ถ่ายรูปกับเหล่าบรรดา Miss ACDC และ ป้าเดย์ จะถ่ายกับสมชาย เพื่อนสาวและพี่สาวมองหน้า อะไรยะ!!! (ก็นิดนึงอ่ะนะ ก็เห็นยืนว่าง ๆ อยู่) ส่วนตัวจี๊ดของเรา พี่ไข่มุก หาตัวไม่เจอ อดเลย 2 ครั้งแล้วที่อยากจะถ่าย แต่ ไม่ได้ถ่าย (รูปอยู่ในกล้องเพื่อนสาว โปรโมชั่น ถ่ายวันนี้ ได้ปีหน้า อะไรประมาณนั้น)ไม่เป็นไร ไว้ ครั้งหน้า มีอีก หนูก็จะมาดูกันอีก 5555 หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความสดชื่น เบิกบานใจ ส่วนเรา เป็นเดอะสตาร์ "คุณได้ไปต่อ" คืนนี้มีไปดินเนอร์ (เรียกซะหรูเลย 555) ที่ ร้านกินลมชมสะพาน พระราม 8 กับครอบครัว ค่ะ ไว้มาเขียนอีกทีเท่าที่จะมีแรงบันดาลใจ นะคะ


Ps. นั่งอัพ Blog ไป ก็ฟังเพลง ที่ว่าง ของ Pause ไปด้วย อย่างที่คุณพริมแนะนำ เมื่อก่อนชอบเพลงนี้ ไม่ได้ฟังมานานแล้ว วันนี้ได้ฟัง เพราะดี หรือ เพราะ in ก็ไม่รู้ 555 ขอบคุณนะคะ

1.9.52

ทุกอย่างเหมือนเดิม

10 วันแล้ว วันแรก ๆ รู้สึกเสียศูนย์ (สูญเสีย) งง ๆ มึน ๆ กับชีวิต เศร้า มาก ๆ ร้องไห้ทั้งคู่ พอได้คุยกันแบบเปิดใจ ทำให้ต่างคนก็ต่างเข้าใจอะไรได้มากขึ้น สิ่งไหนที่ชอบ สิ่งไหนที่ไม่ชอบ อะไรที่อยากทำ อะไรที่ไม่อยากทำ ก็ต้องค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ แก้ กันไป เพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น ดีขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว เราทั้งคู่ก็ไม่อยากที่จะเลิกรากัน หรือ แยกทางกัน เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้ไหม ถ้าไม่มีเรา ส่วนเรารู้ดีว่า คงอยู่คนเดียวไม่ได้แน่นอน แค่คิดว่า กลับบ้านมาแล้วต้องใช้ชีวิตเหงา ๆ คนเดียว มันเป็นเรื่องที่เศร้าสุด ๆ แล้ว
10 วันที่ผ่านมา เราว่าทุกอย่างในชีวิตของเราเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย ยังมีกิจกรรมร่วมกันมากมาย ยังไปรับ-ส่ง ที่ทำงานเหมือนเดิม ยังโทรหา คุยกัน เหมือนเดิม ยังออนm คุยกัน ยังไปเดินJJ กันเหมือนเดิม ยังไปร้องคาราโอเกะกันสองคนเหมือนเดิม ยังหม่ำส้มตำ ด้วยกันเหมือนเดิม ยังไปหม่ำจิ้มจุ่ม กุ้งเผา กันเหมือนเดิม ยังไปเดินซื้อของที่โลตัส ตอนดึก ๆ กันได้เหมือนเดิม ยังพาน้องหมาไปเดินเล่นกันเหมือนเดิม
ทุกอย่างมันก็เหมือนเดิมนี่นา อย่างที่เขาบอกเราว่า เราไม่ได้เสียอะไรไปเลย เราก็ยังมีเขาอยู่ข้าง ๆ เหมือนเดิม เพียงแต่ เว้นระยะห่างให้เขาได้มีพื้นที่ส่วนตัว ที่อยากจะทำโดยที่ไม่รู้สึกผิด เพราะกลัวเราจะงอน กลัวเราจะว่า กลัวเราไม่เข้าใจ เช่น ไปกินข้าวกับเพื่อน ไปดูหนังกับเพื่อน ไปสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนของเขาบ้าง เราไม่จำเป็นต้องตามติดตลอดทุกครั้ง 3 ปี ที่ผ่านมา เหมือนโลกนี้มีแค่เราสองคน ไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด ตัวติดกัน จนเราเองก็ลืมคิดไปว่า จริง ๆ แล้วเขาอยากไปด้วยหรือเปล่า หรือ บางครั้งเราเองอาจจะไม่ได้อยากไปก็ได้ เราตามใจกันจนสูญเสียความเป็นตัวเองไป
ตอนนี้ต่างคนก็ต่างมีอิสระที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำกันมากขึ้น แต่ก็ต้องค่อย ๆ ปรับกันไป เพราะยังไม่ชิน เขาเองก็ไม่ชิน คืนที่จะไปเที่ยวกับเพื่อน ก็โทรมาเป็นสิบครั้ง ทำเสียงเศร้า ๆ เหมือนจะร้องไห้ ว่าเราจะอยู่คนเดียวได้ไหม จะอยู่ได้แน่นะ เราก็เลยตอบไปว่า "จะอยู่ไม่ได้เพราะโทรมาถามบ่อย ๆ นี่แหละ" ก็ยังเป็นห่วงเป็นใยเหมือนเดิม
ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่คอยเป็นห่วงเป็นใย ส่งกำลังใจมาให้ ขอบคุณเพื่อนต้า และ พี่อ้อ ที่คอยรับฟังปัญหา และ ให้คำแนะนำดี ๆ เสมอมา เพื่อนจะมั่นเช็คหัวใจตัวเองอยู่เรื่อย ๆ นะ ว่ายังไหวไหม แต่เช็คกี่ครั้งคำตอบที่ได้ ก็คือ ยังไหวอยู่ สบายมาก ๆ เดี๋ยวอะไร ๆ ก็ดีขึ้น จริงไหมเพื่อน

19.8.52

วันฝนตก

หลังจากผ่าน"วันถอดเทปแห่งชาติ" มาแล้ว วันนี้ตั้งใจทำหน้าที่แม่บ้าน ด้วยการซักร้องเท้า ให้คุณแฟนสุดที่รัก เพราะดำได้ใจเหลือเกิน พร้อมกับซักกระเป๋ามือสอง สภาพเยี่ยม ราคาแสนถูก เพื่อพรุ่งนี้จะได้พาออกงาน (หมายถึง คือ พาออกไปทำงานกันนั่นเอง 555) ชอบมาก ของถูกและดี เป็นกระเป๋าปักหมุดสีทองมากมาย กำลังอินเทรนด์พอดิบพอดีในช่วงนี้ ได้กลิ่นอายความเป็นร็อคซะเหลือเกิน Rock never die เลยต้องมีแฟชั่นปักหมุด ให้ครบ ทั้งเสื้อ ร้องเท้า และ กระเป๋า แต่ไม่ควรจะมาใส่รวมกันในคราเดียว เพราะมันจะดู เย๊อะเกินไป...ไม่งาม ไม่งาม ดูตั้งใจเกินไป 5555



แล้วก็แพลนดิบดีเลยว่า เดี่ยวซักรองเท้า กับ กระเป๋า เรียบร้อยแล้ว จะอาบน้ำให้ หวาน หวาน กับ รักจัง ซะหน่อย โดยปกติจะอาบให้ทุกวันเสาร์ หรือ ไม่ก็วันอาทิตย์ เพราะถือว่าเป็นกิจกรรมครอบครัว ต้องหนุงหนิงช่วยกันไป แต่ด้วยภาระหน้าที่การงานอันวุ่นวาย ก็เลยต้องเลื่อน เลื่อน เลื่อน ไป จนไม่ไหวแล้ว เพราะรู้สึกจะได้กลิ่น ตุ๊ ตุ๊ ยี้.... อย่าเข้ามาใกล้เค้านะ !!!!







เอากระเป๋ากับรองเท้า ที่บรรจงซัก เสร็จแล้ว ออกมาตากแดด ในช่วงสาย ๆ แดดช่างดีเหลือเกิน ผ่านไป 1 ชั่วโมง ฝนตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง เก็บแทบไม่ทันเลย ทำไมจะต้องตกตอนนี้ด้วย!!!! อีกนิดเดียวจะแห้งแล้ว..เศร้านะเนี่ย



ฝนตกอย่างแรง ทั้งฟ้าร้อง ฟ้าผ่า กลัวมาก..กกก แล้วอีก 1 ชั่วโมง ความเศร้าที่สอง ก็มาเยือน ไฟดับทั้งหมู่บ้าน ที่ตั้งใจว่าจะอาบน้ำให้น้องหมา รีบงดไปในทันที เพราะถ้าอาบแล้ว ไม่ได้เป่าไดร์ ปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ มีหวังได้เป็นหวัด ปอดบวมกันแน่ อากาศชื้น ๆ ด้วย เดี๋ยวค่อยอาบละกันเนอะ....ฝนก็ตก ไฟก็ดับ notebook ก็แบตหมดไปแล้ว ไม่รู้จะทำอะไรดีตอนนี้ นอกจากขึ้นไปนอนอ่านหนังสืออยู่ในห้องนอน ร้อน ร้อน ร้อน คิดซะว่าอบเซาน่าละกัน เลือดลมจะได้ไหลเวียน เหอะ เหรอะ...นอนร้อนอยู่หลายชั่วโมง จนสี่โมงเย็น ฝนเริ่มหยุด ไฟมาแล้ว เย้ ๆๆๆๆๆๆ จะได้ออกไปสูดอากาศข้างนอกซะหน่อย



เปิดหน้าต่างออกมาสูดอากาศสดชื่นหลังฝนตก ดู นั่น นั่น นั่น น้ำท่วมถนน ตาย ตาย ตาย ไม่ต้องออกไปไหนกันพอดี สงสัยต้องเรียกเรือมารับแล้วงานนี้ ท่วมสูงตั้งครึ่งน่องขนาดนี้....เศร้าเหลือเกิน....3 เศร้าเลยนะเนี่ย ครบสูตรเลย ฝนตก น้ำท่วม ไฟดับ
(ทำไม upload รูปน้ำท่วมไม่ได้ เดี๋ยวค่อยลองใหม่อีกที)

18.8.52

หนักหนาสาหัส

2 อาทิตย์มาแล้ว คิวงานแน่นเอี๊ยด เหนื่อยเหลือเกิน ทั้งออกกองถ่าย ทั้งนัดคุยกับผู้คนมากมาย 2-3 รายการ ทำไมจะต้องมาอัดกันแน่นในคราวเดียวกันละเนี่ย...ยุ่งเหลือเกิน ยุ่งจนต้องปฎิเสธโอกาสดี ๆ ไปอีก 1 รายการ อันหมายถึงตัวเลขงาม ๆ อันน่าพึงพอใจของรายได้....ช่างน่าเสียดาย!!

2 วันมาแล้ว เป็น "วันถอดเทปแห่งชาติ" อยู่บ้าน นั่งหน้าคอมพ์ทั้งวัน หูชา ตาลาย ปวดไหล่ ปวดหลัง นั่งตั้งแต่ 09.00-15.00 น. ถ้าเปลี่ยนเป็นมานั่งเล่นเน็ต อ่าน blog เขียน blog จะเพลิดเพลินเจริญใจ กว่านี้ เย๊อะ เลย


2 ครั้งมาแล้ว ที่ในรอบ 1 เดือน ต้องไปโรงพยาบาล ถึงไม่ได้ป่วย แต่ไปทำงานก็เหอะนะ ไม่ได้กลัวไข้หวัด 2009 แต่บางทีเห็นคนใส่หน้ากากกันทั้งโรงพยาบาล ก็แอบหลอนนิด ๆ เหมือนกันนะคะ




แล้วอีก 2 วัน ก็จะเปลี่ยน จากโรงพยาบาล ไปโรงเรียนแทน...ชีวิตค่อยดีขึ้นมาหน่อยค่ะ

12.8.52

365 วัน คือ วันแม่

"รักนะแต่ไม่แสดงออก" "แม่" เป็นแบบนี้ จริง ๆ แม่จะไม่แสดงออกด้วยคำพูด ไม่เคยบอกคำว่ารัก แต่ทุกการกระทำของแม่ ที่ทำทุก ๆ อย่างให้กับเรา ทำให้เรารู้ว่า แม่รักเราที่สุดแล้ว

ตั้งแต่เราจำความได้ ภาพของ "แม่" ที่เราจำได้เสมอ คือ "แม่" เป็นผู้หญิงเก่ง แกร่ง และ สู้ชีวิต แม่ต้องสูญเสียสามีสุดที่รัก (พ่อของเรา) ตอนที่แม่ยังสาว ยังสวย อายุแค่ 27 ปี ตอนนั้นเราอายุ 3 เดือน ส่วนพี่ชาย 4 ขวบ แม่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาก ๆ ผู้หญิงอายุ 27 ปี ต้องลุกขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัว เลี้ยงลูกถึง 2 คน ด้วยน้ำพักน้ำแรง แม่เป็นทั้งพ่อ และ แม่ เรานับถือหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของแม่มาก ๆ แม่ไม่ยอมแต่งงานใหม่ แม่ไม่ยอมมีใคร หัวใจของแม่ มีแต่พ่อคนเดียว ถึงจะผ่านมา เกือบ 32 ปีแล้วแต่ เราเชื่อว่าแม่ก็คงยังรักพ่อไม่เสื่อมคลาย พ่อได้ทิ้งตัวแทนไว้ให้แม่ ก็คือ "เรา" ที่เหมือนพ่อ ถอดแบบพ่อมาทุกอย่าง เราคงทำให้แม่ หายคิดถึงพ่อได้บ้าง


แม่จะมีวิธีการสอนโดยไม่ต้องใช้คำพูด หลาย ๆ ครั้งเวลาที่แม่ไปขายของ แม่ก็จะพาเราไปด้วยเสมอ นี่คือวิธีการสอนของแม่ แม่ทำให้เรารู้ว่า กว่าที่แม่จะได้เงินมาเลี้ยงลูก ๆ ต้องทำงานหนักแบบนี้นี่เอง 2 ครั้งที่แม่เคยพาเราไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ ประจำจังหวัด ซึ่งหรูหรามากสมัยเมื่อ 20 กว่าปี เรื่อง "วัลลีเด็กหญิงยอดกตัญญู" เด็กหญิงเป็ดร้องไห้ทั้งเรื่อง หรือแม้แต่ การที่แม่พาไปดูหนัง เรื่อง "ช้างเพื่อนแก้ว" ตอนเด็ก ๆ เราก็แค่รู้สึกว่าหนังแต่ละเรื่องที่แม่พามาดูในโรง มันต้องพิเศษ กว่าการไปดูตามงานวัดแน่นอน พอเราโตขึ้นแล้วมองย้อนกลับไปนึกถึง มันพิเศษจริง ๆ เพราะ ทำให้เรารู้สึกว่า นี่คือ "สุดยอดสื่อการสอนของแม่"เลย สอนทั้งในเรื่องของความกตัญญู ความเป็นลูกที่ดี ตั้งใจเรียน ความมีเมตตา ความเอื้ออารี


เราเป็นคนที่sensitive มาก เรื่อง แม่ จำได้ว่าครั้งหนึ่ง ตอนที่ ปวช. อาจารย์ให้เป็นตัวแทน นักศึกษา ในการอ่านคำสดุดีพระคุณแม่ เราอ่านไปร้องไห้ไป ร้องไห้สะอึกสะอื้น พอถึงคิวที่ต้องไปกราบแม่ แม่เอามือลูบหัวลูบหลัง ด้วยความรักและเอ็นดู "ทำไมขี้แยแบบนี้"


ตอนจบปวช. เราได้โควต้า ไปเรียนต่อที่เชียงใหม่ เราเลือกที่จะไม่ไป เพราะไม่อยากให้แม่ลำบากส่งเราเรียน แล้วเราก็เลือกที่จะไม่เรียนต่อด้วย อยากทำงาน อยากมีเงินให้แม่ ตอนนั้นคิดแบบนี้จริง ๆ ทั้งอาจารย์ และ เพื่อน ๆ งง กับการตัดสินใจของเรา ไม่มีใครเชื่อว่า เด็กที่เรียนดีติดอันดับ 1 ใน 3 ของวิทยาลัย จะยอมทิ้งโอกาสในการเรียนต่อแบบนี้ เราว่าดีซะอีก เพราะการที่เราสละสิทธิ์เพื่อนที่ติดสำรองก็ได้ไปเรียนแทน ทุกอย่างมันขีดเส้นมาแล้ว แม่ก็ไม่เคยห้าม ไม่เคยบังคับ แม่บอก อยากไปทำงานก็ไป แล้วค่อยกลับมาเรียน


ปีแรกที่มาทำงาน อยู่กับพี่ชาย เรากลับบ้านทุกอาทิตย์ อยุธยา-อุตรดิตถ์ อยุธยา-อุตรดิตถ์ คิดถึงแม่มาก เคยมีครั้งหนึ่งที่กลับมาหาแม่ อยู่บ้าน 2 วัน แล้วต้องกลับไปทำงานต่อ แม่ไปส่งเรารอขึ้นรถที่ บขส. พอแม่กลับบ้านไปแล้ว เราร้องไห้ คิดถึงแม่ ก็เลยนั่งรถแท็กซี่ตามไป พอแม่เจอหน้าเรา แม่งงมาก ว่าทำไมถึงไม่กลับไปทำงาน เราต้องโกหกแม่ว่า รถมันเต็ม เดี๋ยวค่อยกลับพรุ่งนี้ก็ได้ จริง ๆ อยากอยู่กับแม่นาน ๆๆ รักนะแต่ไม่พูด พอกัน


ทำงาน 2 ปี มีเงินให้แม่ มีเงินซื้อของให้แม่ มีเงินเก็บ อยู่นิดหน่อย น่าจะพอใช้เรียนต่อปริญญาตรีได้ซักปี 2 ปี โดยที่ไม่ต้องรบกวนเงินแม่ เลยลองไปสอบดู ปรากฎ ว่า ติด ทั้ง 2 สถาบัน ของอยุธยา วันที่แม่ลงมา กำลังจะพาไปมอบตัวนักศึกษา แต่เราก็ตัดสินใจในเช้าวันนั้นว่า ไม่เรียนที่นี่ดีกว่า จะกลับไปเรียนต่อที่บ้านเรา เดาว่า แม่คงดีใจมาก ๆๆๆๆ


ตอนเรียน วิชาถ่ายภาพ ทุกคนจะต้องมีกล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเอง เราขอแม่ซื้อกล้อง Nicon แต่ต้องมาซื้อที่ร้านนิกส์ที่กรุงเทพฯเท่านั้น แม่ยินยอม แต่ไม่ยอมให้ถือเงินมา ให้โอนใส่บัญชีก็ไม่ยอม แม่นั่งรถทัวร์มาด้วยกัน ซ่อนเงินมาอย่างดี พอถึงหมอชิต แม่ให้เงินเราไปซื้อกล้อง แล้วแม่ก็นั่งรถทัวร์กลับ แม่มาเพื่อถือเงินมาให้แค่นั้นจริง ๆ เพราะแม่กลัวลูกโดนล้วงกระเป๋า สงสัยดูละครมากไปหน่อย หรือ ไม่ก็ต้องคิดว่าลูกตัวเองเป็นกระเหรี่ยงเข้ากรุง 5555 แล้วพอเราซื้อกล้องมาแล้ว แม่เห่อ มาก ๆ พอ ๆ กับเรา เรียก ป้า ๆ น้า ๆ เด็ก ๆ คนข้างบ้าน แต่งตัวสวย ๆ มาเป็นแบบถ่ายรูปกันสนุกสนาน....แล้วเก็บเงิน รูปละ 10 บาท หัวการตลาดมาก ๆ ใครมีงานแต่ง งานบวช งานศพ ติดต่อได้ เดี๋ยวให้ลูกไปถ่ายให้.....เป็น เจ๊ดันสุดฤทธิ์


สิ่งที่เราคงพอจะทำได้เพื่อให้แม่ได้ภาคภูมิใจก็คือ การเป็นลูกที่ดี ไม่ทำให้แม่หนักใจ และพยายามตั้งใจเรียน รางวัลต่าง ๆ ที่ได้ รู้นะว่าลึก ๆ แม่ ก็คงภูมิใจ ตอนเรียน เพื่อนชวนให้สอบชิงทุนไปญี่ปุ่น วันสัมภาษณ์ อาจารย์ให้เล่าเรื่องครอบครัว พอพูดถึงแม่เท่านั้น ร้องไห้ไม่หยุด อาจารย์บอกว่า "แม่หนูเก่งมากเลยนะที่เลี้ยงหนูมาจนขนาดนี้ได้...ถ้าครูเป็นแม่หนู ครูต้องภูมิใจในตัวหนูมาก ๆ เลย" เรายิ้มทั้งน้ำตา แล้วก็คิดในใจ "แม่หนูก็ภูมิใจแต่ไม่แสดงออกค่ะ"


ตอนเราเรียนจบ แม่ไม่เข้าใจ ว่า "เกียรตินิยม" คืออะไร ได้มาเพราะอะไร ก็เลยอำไปว่า จับฉลากได้มา ใครจับได้ จะได้นั่งแถวหน้า ได้รับปริญญาเป็นคนแรก ๆๆ ก่อนใคร 55555 แม่ก็เชื่อด้วย


มีหลาย ๆๆๆๆ เรื่อง หลาย ๆๆๆ เหตุการณ์ ที่แม่ทำให้เราซาบซึ้งใจมาก ๆ แม่ไม่ได้รักแค่เราคนเดียว แต่แม่ยังรักทุกคนที่เข้ามาในชีวิตเราด้วย คอยช่วยเหลือเสมอ นานมาก ๆ แล้ว แฟนเก่าของเรา รถเสีย เรากลับบ้านไปขอยืมเงินจากแม่ หลายหมื่น มาให้เค้า จริง ๆ แม่ไม่ต้องให้ก็ได้ เพราะแม่ไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบชีวิตคนอื่น แต่แม่ก็เลือกที่จะให้ เพราะแม่คิดว่า คนนั้น เป็นคนที่ลูกแม่รัก และ เขาก็คงจะรักลูกของแม่ แม่บอกว่า "เอาสร้อยแม่ไปเลย เดี๋ยวแม่ซื้อใหม่ก็ได้ มีเงินเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน เราตื้นตันใจสุดจะบรรยาย แม้แต่เงินหลักแสนแม่ก็ให้ได้โดยไม่มีข้อแม้เลย แต่สุดท้ายคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เราตลอดเวลา ในยามที่เราสุข และ ทุกข์ ก็คือ แม่ของเรานี่แหละ "อะไรที่ลูกคนนี้จะสามารถทำเพื่อแม่ได้....อยากให้แม่รู้ไว้ว่าลูกอยากจะทำ"




เวลาทำรายการทีวี แล้วต้องเชิญ แม่ที่ได้รับรางวัลแม่ดีเด่น มาสัมภาษณ์ในรายการ อยากจะบอกให้โลกรู้ว่าเหลือเกินว่า ยังมีแม่อีกคน ที่สมควรได้รับรางวัลแม่ดีเด่นอย่างยิ่ง คือ แม่ของเรานี่แหละค่ะ



ขอบคุณแม่...ที่มอบชีวิตให้ลูกได้กำเนิดเกิดขึ้นมา


ขอบคุณแม่...ที่รักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข


ขอบคุณแม่...ที่เลี้ยงลูกมาอย่างดีที่สุดของแม่


ขอบคุณแม่...สอนสิ่งดี ๆ ให้กับลูก


ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เราได้เป็นแม่ลูกกัน



วันแม่ไม่ได้มีแค่วันที่ 12 สิงหา วันเดียวเท่านั้น แต่ทุก 365 วัน คือ วันแม่ รักแม่เน้อ...อออออออออ


Love me love my mom

ps. เพราะ sensitive เรื่องแม่ ก็เลยต้องเขียนวันละนิดวันละหน่อย เขียนไป ก็ร้องไห้ไป...ซึ้ง

4.8.52

12:34:56 7-8-9

ช่วงนี้วุ่นวาย ไม่มีเวลาแม้แต่จะอ่าน ไม่มีเวลาแม้แต่จะเขียน ถ้าเขียนก่อนหน้านี้ อาจจะอินกว่านี้

FWD: 7 August 2009....สำคัญที่สุดในชีวิต(โลก)ก็ว่าได้‏



ได้รับ FWD mail จากคุณแฟนคุณที่รัก ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหา เห็นชื่อเรื่อง ก็รู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แค่เกิดคำถามในใจนิดหน่อยว่า วันที่ 7 สิงหานี่นะ จะสำคัญที่สุดในชีวิตโลก !!! อะไรจะขนาดนั้น ก็เลยเปิดอ่านดูด้วยความอยากรู้ว่า จะสำคัญยังไงน้า



"ในวันที่ 7 สิงหาคม 2009 ชั่วโมงที่ 12 นาทีที่ 34 วินาทีที่ 56 เวลาและวันที่ เมื่อเรียงกันแล้ว 12:34:56 07/08/09 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ช่วงเวลานี้จะมีเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตคุณ และตราบเท่าชั่วกาลปาวสาน"



พออ่านจบรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เลขมันเรียงกันจริง ๆ ด้วย ตอนแรกเราตื่นเต้นและเฝ้ารอวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 อย่างใจจดใจจ่อ เพราะรู้สึกว่า เป็นวันที่เลขมันสวยดี 09-09-09 ช่วงเวลาดี ๆ เหมาะแก่การ ทำsurprise อะไรซักอย่าง แต่...วันที่ 07-08-09 ดันมาปาดหน้าซะนี่...เตรียมการอะไรไม่ทันเลย


เช้าวันที่ 07-08-09 @ทองหล่อ ออนเอ็มคุยกับคุณแฟนสุดที่รัก แล้วก็กำชับว่า เวลา 12:34:56 อย่าลืม ถ่ายรูป เวลา บน นาฬิกา มานะ เพราะ จะเป็นครั้งเดียวที่ บนหน้าปัดนาฬิกาแบบดิจิตอล จะมีเลขเรียงกัน 0-9




เราเองก็รอที่จะเก็บภาพช่วงเวลานี้ไว้เหมือนกัน แต่ถ่ายออกมาแล้วมันดันเบลอซะนี่ จบข่าว !! แล้วจะเอามาเขียนเพื่อ????? งงตัวเองเหมือนกัน เอาน่า ถือว่าเป็นครั้งหนึ่งที่รู้สึกตื่นเต้นกับช่วงวัน เวลา และ นาที ที่เลขมันเรียงกันแบบนี้ บันทึกไว้ซะหน่อยกันลืม จำได้ว่า 12:34:56 นั้นกำลังวุ่นวือกับการถ่ายงานอยู่อีกตั้ง 57 ปี เลยนะ กว่าจะมีช่วงเวลาที่ตัวเลขจะเรียงกันแบบนี้อีก คือ วันที่ 7 สิงหาคม 2609 เวลา 12:34:56 จะมีชีวิตอยู่ถึงกันมั๊ยเนี่ยเรา หรือ ถ้าเป็นปี คศ. ก็คงต้อง รอถึง 100 เลยทีเดียว นานเกิ๊น..นนนนน




วันที่ 08-08-09 @ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต แฟนสุดที่รักเอาเอกสารไปให้ลูกค้า เสร็จธุระแล้วแวะหม่ำขนมจีนบุฟเฟ่ต์ (ที่โปรดปราน)55 บาท อร่อยได้ไม่อั้น ที่ร้านชาวดิน แฟนสุดที่รักหม่ำไป 3-4 จาน ทั้ง ขนมจีนแกงเขียวหวาน ขนมจีนน้ำยาป่า ขนมจีนน้ำยากะทิ ส่วนเรา ขนมจีนน้ำเงี้ยว และ ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ ตบท้ายเบา ๆ ด้วยกล้วยบวชชี อิ่ม อร่อย


กำลังจะกลับบ้านเดินผ่านร้านนาฬิกา แฟนสุดที่รักขอแวะไปชื่นชมซักนิดนึงก่อน เพราะชื่นชอบร้านนาฬิกาพอ ๆ กับร้านของเล่น...สุดท้ายก็ถอยนาฬฺกาใหม่มา 1 เรือน โดยมิได้ตั้งใจ เพราะที่เราตั้งใจคือจะซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้ในเดือนหน้ามากกว่า เรือนนี้ออกแนวสปอร์ต สายเป็นลายยางรถยนต์ เท่ดี เหมาะกับแฟนสุดที่รัก เห็นว่าช่วงนี้กำลัง sale พอดี ราคาเบา ๆ สบายกระเป๋า ซื้อวันนี้ไปเลยจะดีกว่า


เรา: ตะเองให้ที่ร้านเขาตั้งเวลา เป็น 12:34:56 วันที่ 07-08-09 ก่อนได้เปล่า เค้าอยากถ่ายรูปเวลา เมื่อวานถ่ายแล้วมันเบลออ่ะ


แฟนสุดที่รัก: เว่อร์ !!! น่า



ตั้งให้แค่นี้ก็ไม่ได้..เชอะ!!!!!!.....อดเลย อดเลย รออีก 57 ปี ก็ด๊าย..ยยยยยยยย