28.5.52

เสียน้ำตา


ช่วงนี้เจ้านายรับจ๊อบ รายการทีวี เพิ่มมาอีกหนึ่งรายการ แถมเป็นรายการ สด อีกต่างหาก ถึงจะเคยทำมา 8 ปีแล้ว แต่พอทิ้งช่วงไป ปีกว่า ๆ เล่นทำเอาเอ็นโดรฟินส์ในร่างกายหลั่งไหลปรู๊ดปร๊าดเลยทีเดียว เพราะต้องคอยลุ้นระลึกตลอดเวลา ถึงจะแค่จันทร์ละครั้งก็เหอะนะ จริง ๆ จะต้องทำสลับกับเพื่อนสาวอีกคน แต่พอดีเพื่อนสาวติดอีกรายการนึง คล้าย ๆ นางงามค่ะ ถ้านางสาวไทยไม่สามารถปฎิบัติภารกิจได้ รองนางสาวไทยต้องปฎิบัติภารกิจแทน 5555

เรื่องที่ลุ้นระทึก คือ ลุ้นว่าจะเชิญแขกมาได้หรือเปล่า เนื่องจากมันเป็นรายการสด ซึ่งแขกรับเชิญ นี้ จะต้องเป็น ดารา นักร้อง นักแสดง ไฮโซ คนดัง มากันให้เอิกเกริก เป็นครอบครัว ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย สำหรับเรา ผ่านไป สองสัปดาห์ กว่าจะตามแขกได้ เล่นเอาใจหายใจคว่ำกันทั้งทีม ครั้งแรก ตามแขกได้ วันอาทิตย์ ช่วงเที่ยง (พรุ่งนี้ก็จันทร์แล้วนะ) ครั้งที่สอง พัฒนาขึ้นมาหน่อย ตามได้วันเสาร์ ช่วงบ่าย ๆๆ แต่กว่าจะได้แขกรับเชิญแต่ละครอบครัวมาได้ หมายความว่า เราต้องผ่าน การโทรศัพท์อย่างโชกโชน โทรทั้งวัน โทรจนมึน เพราะคนดังบางคน เราก็ไม่มีเบอร์ส่วนตัวเค้าหรอก ก็ต้องใช้วิธี โทรไป ตามรายการที่เค้าสังกัดอยู่ โทรไปถามนิตยสาร ถามเพื่อน ๆ ในวงการ กว่าจะได้เบอร์มา ก็ต้องโทรศัพท์ไปกว่า 5 Step พอโทรไป คิวไม่ได้บ้างล่ะ สามีไม่ยอมออกทีวีบ้างล่ะ เราก็ต้องวางสายไปด้วยความผิดหวัง

มีอยู่รายนึง เป็นนักร้อง-ดีเจ ภรรยากำลังท้อง เราโทรไปฝากเรื่องไว้ที่สถานีวิทยุตอนบ่าย เค้าโทรกลับมาตอน ทุ่มนึง

เรา: (แนะนำตัว....แจ้งความจำนงของเราเรื่องจะเชิญเค้าและภรรยามาออกรายการ.....)
DJ: ผมว่าไม่จำเป็นอ่ะครับ ทำไมจะต้องอยากมารู้เรื่องของผมกันด้วย (เสียงฉุนเลย)
เรา: (อึ้งเล็กน้อย...)คงเพราะตอนนี้มันเป็นกระแสอยู่ คนก็เลยสนใจน่ะค่ะ
DJ: เรื่องของผมกับแฟนมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเรามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คือเรารู้กันสองคนตั้งแต่แรก ไม่เห็นจะต้องมานั่งบอกใครเลย
เรา: งั้นไม่เป็นไรค่ะ ไว้ร่วมงานกันโอกาสหน้าก็ได้นะคะ

แล้วเราก็รีบวางสาย ก่อนที่จะโดนกินหัว ยังอึ้งอยู่ แต่ยังให้ความเข้าใจว่าศิลปิน ก็มักจะอารมณ์ติสต์ ๆ แบบนี้ ไม่เป็นไร ชินแล้ว!!!

พอถึงวันพฤหัสบดี ใกล้จะวันศุกร์ที่ไร ถ้ายังตามแขกไม่ได้ เราจะเริ่มเครียด ท้องไส้ปั่นป่วน เครียดจนปวดหัวไมเกรนขึ้น แล้วยิ่งเครียดหนัก เพราะเป็นช่วงที่แม่ และ ยายของแฟนสุดที่รักมาที่บ้าน แต่เราไม่มีเวลา เทคแคร์ ไม่มีเวลาไปเที่ยวด้วยกัน เพราะเราต้องนั่งทำงาน นั่งโทรศัพท์ ยิ่งคิดยิ่งเศร้า แล้วก็ต้องหลั่งน้ำตา เพราะไม่ไหวแล้วจริง ๆ เวลาเครียดเราจะเงียบ ไม่พูดไม่จากับใคร หน้าตาแบกโลก แต่แฟนสุดที่รักช่างแสนดีมาก ๆ ที่เข้าใจ แล้วก็ยังมีวิธีปลอบใจที่ดี จนทำให้เราหายเครียด (ได้บ้าง)

แฟนสุดที่รักเปิดประตูห้องนอนเข้ามา เรานอนร้องไห้อยู่

แฟนสุดที่รัก: (เข้ามากอดแน่น ๆ ลูบหัว ลูบหลัง) โอ๋ ๆๆๆๆ เครียดจนร้องไห้เลยเหรอ ไม่ได้ร้องไห้มาตั้งนานแล้วนะเนี่ย ดูสิ หน้าดำคร่ำเครียด โทรมหมดเลย (ย้ำอีกนะนั่น)
เรา: เค้ายังตามแขกไม่ได้เลย นี่วันศุกร์แล้วอ่ะ
แฟนสุดที่รัก: เดี๋ยวก็ตามได้ ตะเองทำได้อยู่แล้ว คราวที่แล้วยังตามได้วันอาทิตย์เลย นี่แค่วันศุกร์เอง (คิดบวกมาก ๆ)
เรา:เค้าอยากให้เสร็จเร็ว ๆ จะได้มีเวลาทำอย่างอื่นบ้างอ่ะ นี่ต้องมานั่งโทรศัพท์ทั้งวันเค้าไม่อยากทำแล้ว
แฟนสุดที่รัก: งั้นทำอันนี้เสร็จ ครั้งหน้าก็บอกพี่เค้า ว่าไม่ทำแล้ว ไม่ต้องอยากได้เงินหรอกนะ มันไม่คุ้มกับความเครียดหรอก
เรา: ดาราบางคนเค้าก็ไม่มีเบอร์ เค้าก็ต้องโทรไปถามตั้งหลายที่กว่าจะได้เบอร์ (ฮือ ฮือ)
แฟนสุดที่รัก: เค้าเห็นสมุดโน๊ตตะเอง เบอร์ดาราเต็มเลย เก็บอยู่ในตู้ เดี๋ยวเค้าไปค้นให้

แล้วแฟนสุดที่รักก็หายไปนาน กลับมาพร้อมสมุดโทรศัพท์ 2-3 เล่ม

ตอนเช้า

แฟนสุดที่รัก น้องชาย แม่ และ ยาย กำลังจะไปเที่ยวกัน
ส่วนเรานอนร้องไห้อยู่ ยังเศร้า เพราะยังต้องตามงานต่อไป

เสียงโทรศัพท์มือถือดัง ดูที่หน้าจอ เป็นชื่อ ดีเจ-นักร้อง คนเมื่อวาน เราแอบดีใจ คิดว่าเค้าคงเปลี่ยนใจยอมมาออกรายการแล้วแน่ ๆ

DJ: สวัสดีครับพี่เป็ด ผม...นะครับ
เรา: ค่ะ
DJ: เมื่อวานผมต้องขอโทษพี่เป็ดด้วยนะครับ ที่พูดจาไม่ดีกับพี่ พอดีผมมีเรื่องในใจนิดหน่อย...มี ปัญหากับที่บ้าน ....บลา บลา บลา
เรา: ไม่เป็นไรค่ะ พี่เข้าใจ ยังไงก็สู้ สู้นะคะ
DJ: แต่ถ้าวันไหนผมจะต้องออกมาชี้แจ้งกับสื่อ ผมก็คงต้องขอความช่วยเหลือจาก พี่ ๆ นะครับ
เรา: ยินดีค่ะ

ไม่ต้องโทรมาก็ได้ เพราะพี่ก็มีเรื่องในใจเหมือนกัน ตอนนี้เครียดจะแย่!!!

แต่ชีวิตไม่ได้มีเรื่องแย่ ๆ เสมอไป ยังมีความโชคดีอยู่บ้างสิน่า...สุดท้าย เราก็ตามแขกได้ วันเสาร์ ตอนบ่าย ๆ แต่ยังเหลือขั้นตอนของการ Reserch ข้อมูล ซึ่งวันอาทิตย์แขกมีอัดรายการทั้งวันเลย หมายความว่าวันนี้ เราจะต้องออกไปคุยข้อมูล นัดกับเพื่อนอีกคน ที่เป็น Script Writer แล้วต้องนั่งแท็กซี่กันไป เพราะสารถีไม่อยู่นั่นเอง แล้วบ้านของแขกรับเชิญคนนี้ ไกล มาก ๆๆๆๆๆๆ เกือบจะถึงฉะเชิงเทราเลยทีเดียว แถมเป็นหมู่บ้านที่มีอาณาจักรกว้างขวาง แยกย่อยเป็นอีกหลายโครงการ เกือบหลงเลยเรา เพื่อนบอก รู้สึกสงสารตัวเองจังเลย (5555 เราก็ว่างั้น) แต่แฟนสุดที่รักโทรมาถาม ว่าตามแขกได้หรือยัง ก็เลยเล่าให้ฟัง ว่าได้แล้ว แฟนสุดที่รักบอกว่าขากลับ ส่งแม่กับยายเสร็จแล้ว จะมารับ เย้ ๆๆๆๆๆ

คุยข้อมูลเสร็จประมาณ สามทุ่ม (เกรงใจ๊ เกรงใจ แต่ทำไงได้เนอะ ) แฟนสุดที่รักโทรมาถามทางเป็นระยะ ๆ เนื่องจากหลงนั่นเอง แฟนสุดที่รักบอกว่า "ไม่มีสิ่งมีชีวิตเลยหมู่บ้านนี้ ไม่รู้จะถามใครได้ 555"

เพื่อน: (พูดกับแฟนสุดที่รักของเรา) "แกเป็นคนดีมากเลยนะต่าย อุตส่าห์มารับ มันไกลมาก ๆๆๆ เลยนะ
แฟนสุดที่รัก: แล้วคิดว่าจะออกไปยังไงกัน ยังกะหมู่บ้านร้าง แท็กซี่คงไม่เข้ามารับหรอก
เรา: น่าสงสารพวกเราเนอะ
แฟนสุดที่รัก: นี่แกรู้เปล่า เป็ดนะเครียดมากเลย น่าสงสารตามแขกไม่ได้ นอนร้องไห้ขี้มูกโป่ง มา 2 วันละ (เม้าท์อายนะเนี่ย)
เพื่อน: (อึ้งไปเลย...คงคิดไม่ถึงว่าเราจะเซ้นสิทีฟขนาดนี้ 555)
เรา: ครั้งหน้าไม่ทำแล้วนะ เครียดมา 2 อาทิตย์แล้วแก

เครียดแค่ไหน ก็ยิ้มเข้าไว้นะ เป็ดน้อย แล้วคิดไว้เสมอว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป


"หนูทำได้"

สุดท้ายก็ทำให้เราคิดได้ ว่า จริง ๆ แล้ว "เงิน" ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ถ้าหากเราต้องมานั่งทำงานหนัก เพื่อหาเงิน หาเงิน แถมยังต้องมานั่งเครียด ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ไม่มีเวลาอยู่กับคนที่เรารัก ถ้าหากงานต้องมาบั่นทอนชีวิตรักของเราแล้วละก็ เราขอเลือกที่จะอยู่แบบ มีงานให้ทำ ไม่ต้องมีเงินมาก ทำแล้วไม่เครียด หันไปก็ยังเจอคนที่รักอยู่ข้าง ๆ คอยเป็นกำลังใจให้....แค่นี้ก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว สู้สู้ เป็ดน้อย

26.5.52

@Uttaradit

เป็นครั้งที่ 2 ที่แฟนสุดที่รัก ได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้านเรา ครั้งแรกไปช่วงปีใหม่ ปี 2550 แฟนสุดที่รักบ่นว่ากลางคืนและตอนเช้าอากาศหนาวมาก ๆ ส่วนกลางวันก็ร้อนสุด ๆ 555 แถมยังเป็นเมืองเล็ก ๆ มีสถานที่ท่องเที่ยว ก็แค่ วัด น้ำตก เขื่อน เพราะฉะนั้น กิจกรรมที่ทำมากที่สุดเวลากลับบ้านเรา ก็คือ นอน นอน และ นอน เหมือนมาพักผ่อน มาชาร์ตแบต แล้วก็ออกไปซื้อของ ซื้อกับข้าวในตลาด มาทำอะไรกินกัน ยังดีที่มี Lotus ค่อยศิวิไลซ์ขึ้นมาหน่อย อิอิ ผ่านไป 2 ปี แฟนสุดที่รักกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ค่อยบ่นแล้ว เพราะอุตรดิตถ์ มีร้านอาหารน่ารัก ๆ เก๋ ๆเพิ่มขึ้นมาตั้งหลายร้าน เลยพาแฟนสุดที่รักไปลองหม่ำดู เผื่อจะหายคิดถึงกรุงเทพฯบ้าง แฟนสุดที่รักชอบร้านนี้ ไม่รู้ว่าชื่อร้านอะไร รู้แต่ว่าอยู่แถว ๆ หอนาฬิกา เพราะตอนเข้าไป ไม่ทันสังเกตอะไรเลย รู้แต่ว่าแต่งร้านน่ารักดี มีเด็ก ๆ วัยรุ่นมานั่งหม่ำกันเยอะ ก็เลยพุ่งเข้าไปด้วยอยากลอง ประกอบกับความหิว 555

แฟนสุดที่รักชม อาหารได้เร็ว รสชาติอร่อย เหมือน หม่ำโออิชิ หรือ ฟูจิ ยังไงยังงั้น แถมราคาไม่แพงอีกด้วย ติดใจแบบนี้ หวังว่าสุดที่รักคงอยากมาเที่ยวอุตรดิตถ์บ่อย ๆ นะ จะได้พาไปตระเวณชิมร้านที่เหลือ อีกตั้งหลายร้านแน่ะ 5555

20.5.52

ปวดหัว

ไม่รู้ว่าเพราะ ความเครียดจากงาน หรือ หม่ำ ทุเรียน กับ มะม่วง เยอะเกินไป ก็ไม่รู้ ถึงได้ทำให้เรา มีอาการปวดศีรษะและอาเจียน เหมือนอาหารไม่ย่อย ยังไงยังงั้น ปวดตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนี้ก็ยังมึน ๆ อยู่ เมื่อคืนแฟนสุดที่รักกลับจากทำงาน ถามว่า ปวดหัวทานยาหรือยัง เราตอบ "ยังไม่ได้กินเลย...รอให้ตะเองเอาให้" ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เวลาที่เราไม่สบาย ความสามารถในการดูแลตัวเองของเรา จะต่ำลงทันที 555 ทั้ง ๆ ที่เวลาปกติออกจะอึดและทน... แฟนสุดที่รักไปหยิบยาในตู้ยา ให้ บอกให้รีบทานเลยจะได้หายปวด ทานยาไป 1 เม็ด ทานยาเสร็จ หลับไปเลย มารู้ตัวอีกทีแฟนสุดที่รักปลุกให้ไปอาบน้ำจะได้สดชื่น เราบอก "ขอไม่อาบได้เปล่าคืนนี้" แล้วไม่ต้องรอฟังคำตอบก็หลับไปทันที

ตอนเช้ายังรู้สึกมึน ๆ อยู่ แฟนสุดที่รักอาบน้ำแต่งตัว เตรียมไปทำงาน ส่วนเรายังนอนอยู่เหมือนเดิม อาบน้ำเสร็จแฟนสุดที่รักก็ออกไปซื้อโจ๊กมาให้ เลือกถุงที่เป็น โจ๊กพิเศษ เพิ่มหมู ให้เรา ส่วนตัวเอง เอาโจ๊กธรรมดา ไปหม่ำที่ทำงาน แล้ว กำชับเราว่า "ทานโจ๊ก แล้ว ก็ทานยาด้วยนะ ยาวางอยู่บนโต๊ะ"

ลุกขึ้นมาอาบน้ำ อาบท่า เพราะเริ่มรับสภาพตัวเองไม่ไหว แล้วก็ หม่ำโจ๊ก ทานยา ไปอีก 2 เม็ด ตามคำสั่งของแฟนสุดที่รัก นอนดู TV ไปเรื่อย ๆ สักพักก็หลับไป ตื่นมาอีก ที 11 โมงกว่า ๆ ทีนี้ก็เริ่มทำงานserch ข้อมูลไป อ่าน blog ของเพื่อน ๆ ไป แล้ว ก็คุย msn กับแฟนสุดที่รัก แฟนสุดที่รักก็ยังเป็นห่วงเป็นใย ถามว่าทานยาเรียบร้อยหรือยัง หายปวดหัวหรือยัง เราบอกทานแล้ว เดี๋ยวบ่าย ๆ จะทานอีกซักเม็ดนึงเพราะยังรู้สึกมึน ๆ นิด ๆ แต่ ไม่ได้อาเจียนแล้ว

นั่งหน้าคอมพ์นาน ๆ กลัวว่าจะหัวอีกรอบ เลยเปลี่ยนมานอนอ่านหนังสือแทน นอนคิดนั่นคิดนี่ไป เห็นซองยาพาราเซตามอล "คิดถึงแฟนสุดที่รัก" ช่างแสนดี คอยดูแลเราเสมอ นอนยิ้มอยู่คนเดียว หยิบซองยามาดูเล่น

V

V

V

ขอบคุณสุดที่รักมากเลยนะ สำหรับความห่วงใยที่มีให้ แล้วก็คอยดูแลทุกครั้งเวลา ที่เค้าไม่สบาย แต่ครั้งนี้สงสัยตะเองคงรีบหยิบยา เลยลืมดูว่านั่นมัน ยาหมดอายุ!! ถึงว่า เค้าไม่หายปวดหัวซะที 5555

18.5.52

อ้วน อ้วน อ้วน

เมื่อวานนี้

เรื่องอ้วน ๆ เรื่องที่ 1 ข้าวเหนียว มะม่วง ค่ะ แค่ได้ยินชื่อ น้ำหนักก็แทบจะพุ่งพรวดกันทีเดียว แต่เป็นข้าวเหนียวมะม่วงที่ทำเอาเราอิ่มอก อิ่มใจ อิ่มท้อง ตั้งแต่ยังไม่ได้หม่ำเลย เพราะอยู่ดี ๆ เราก็ได้รับของฝาก จากนักแสดงที่เคยร่วมงานกันเมื่อ 6-7 ปี วันนี้เธอมาสัมภาษณ์ในรายการ(จ๊อบใหม่กับออฟฟิศเก่า) เป็นกระเช้าข้าวเหนียวมะม่วง แม่วารี ร้านขึ้นชื่อของทองหล่อซอย 1 กระเช้าใหญ่บึ้ม พร้อมกับย้ำว่า "อันนี้หนูเอามาฝากพี่เป็ดนะ...ไม่ได้เอามาฝากรายการ" (ในใจแอบปลื้มเชียวละ ต้องรีบหาที่ซ่อนก่อน เดี๋ยวคนอื่นเห็น 5555) แต่พี่เป็ดคงจะหม่ำไม่หมดแน่ เลยแบ่งไปให้คุณพี่สุดเลิฟ ที่เคยร่วมงานมาด้วยกัน ตอนนี้ Sheไปนั่งแท่นเป็นโปรดิวเซอร์ใหญ่โต (ตัว she ก็โตด้วย 555) เลิกรายการ คุยงานกับพี่ ๆ เสร็จ เดินหิ้วกระเช้าข้าวเหนียวมะม่วง ขึ้นรถไฟฟ้า อย่างมั่นใจ ไปลงสถานีทองหล่อ รอแฟนสุดที่รักมารับ เดินผ่านหน้าร้านแม่วารี (คุ้น ๆ มั๊ยคะกระเช้าใบนี้555) "หนูคงน้ำหนักขึ้น ชัก 3-4 โลแน่ถ้าทานหมดนี่" 55555

อ้วนเรื่องที่ 2

ระหว่างกลับบ้านแฟนสุดที่รักจะชอบแวะทักทายบรรดาน้องหมา พี่ ๆ ของ หวาน หวาน ที่ร้านผลไม้เกือบทุกวัน (ถ้ากลับเร็ว แล้วร้านยังไม่ปิด) ถ้าจะแวะเฉย ๆ ก็ดูกระไรอยู่ ก็เลยต้องซื้อผลไม้ นิดหน่อย เพื่อ ให้ดูมีอะไร 555 เมื่อคืน ก็ได้ เงาะ มา 1 กก. และ มังคุด อีก 1 กก. แฟนสุดที่รักบอกว่า "ดี ดี เค้าจะได้มีผลไม้เยอะ ๆ ในตู้เย็น เค้าจะได้มีอะไรหวาน ๆ กิน ร่างกายต้องการกลูโคส" เราว่าจะไม่ได้แค่กลูโคสอย่างเดียวน่ะซี่ 555 แต่แฟนสุดที่รักก็ไม่แคร์ บอกว่า "อ้วนบ้างอะไรบ้าง ตามเรื่องตามราว"

อ้วนเรื่องที่ 3

ระหว่างเข้าซอยบ้าน เจอ รถขาย ทุเรียน แฟนสุดที่รักถามว่า "ตะเองอยากกินทุเรียนมั๊ย" ประโยคคำถามแบบนี้ จะถูกใช้บ่อย ๆ เวลาที่แฟนสุดที่รักอยากจะหม่ำเองซะมากกว่า ก็เรียกให้รถขายทุเรียนจอด ด้วยความอารมณ์ดี ช่างแซว ช่างอำ ของแฟนสุดที่รัก

แฟนสุดที่รัก: "ทุเรียนเนี่ยขายหรือเปล่า ปิดไฟมืดเก็บไว้เป็นความลับ เหรอพี่ 555"

พ่อค้าทุเรียน: ขายสิครับ ขาย

แฟนสุดที่รัก: วันเสาร์-อาทิตย์ อยู่บ้านได้ยินแต่เสียงประกาศ ทุเรียน ทุเรียน จะเรียกซื้อก็ไม่ทัน หายไปอย่างรวดเร็ว รีบเหรอพี่ ถ้ารีบ ทำไมไม่มาขายตั้งแต่เช้าเลยล่ะ 5555"

พ่อค้าทุเรียน: จริง ๆ ผมมาตั้งแต่ตี 3 แล้วนะ ไม่เห็นผมเองล่ะสิ (พอกันทั้งคนขาย คนซื้อ )

เรานึกว่าแฟนสุดที่รักจะได้หม่ำเปลือกทุเรียน แทน ทุเรียนซะแล้ว 5555 สรุปว่าได้ทุเรียนมา 2 โลครึ่ง

ไม่อยากจะคิดเลย ว่าผลไม้ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทั้งข้าวเหนียว มะม่วง เงาะ มังคุด และ ทุเรียน อีกกี่วันจะหม่ำหมด แต่เราเชื่อว่าคงไม่เกินความสามารถของแฟนสุดที่รักแน่ ๆ...กำจัดเรียบ !!! แล้วก็คงได้ของแถมเป็นน้ำหนักเพิ่มมา ซักคนละ 3-4 โลเป็นแน่แท้

แต่ถ้าหม่ำไม่หมดก็ไม่เป็นไร ศุกร์นี้ คุณแม่ของแฟนสุดที่รักมา คงพอช่วยได้บ้าง...เสาร์-อาทิตย์ เค้ามีโปรแกรมไปเที่ยวดอนหอยหลอด ตลาดน้ำอัมพวากันอีก ทริปนี้เราอดอีกแล้ว เพราะติดออกกองถ่าย

ครั้งก่อน ที่แฟนสุดที่รัก พาน้า ไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา แฟนสุดที่รักกลับมาถึงบ้าน เล่าให้ฟังอย่างสนุกสนาน ว่าไปหม่ำอะไร เที่ยวไหนกันมาบ้าง แล้วก็ทำเสียงอ้อน ๆ

แฟนสุดที่รัก: เค้าอยากให้ตะเองไปอัมพวากับเค้าด้วยจัง ไว้คราวหน้าเราไปกันสองคนเน๊อะ



จากเรื่องอ้วน อ้วน ไหง กลายเป็นเรื่อง เที่ยวอัมพวา ไปได้...5555 วันนี้เลยไม่มีรูปมาลง เพราะผลไม้ทุกสิ่งอย่าง ได้สลายร่างไปอย่างรวดเร็ว งานนี้ อ้วน อ้วน อ้วน

17.5.52

2 ปี กับ อีก 11 เดือน (15-05-2009)

อีกแค่ 1 เดือน ก็จะครบรอบ 3 ปีความรักของแล้ว เวลาที่ผ่านไปแต่ละวันแต่ละวัน มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมาย หากถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ไม่รู้ว่าต้องบรรยายซักกี่หมื่น กี่แสนถ้อยคำ รู้แค่ว่าทุก ๆ วันมันมีความหมายที่สุดแล้ว


วันนี้สุดที่รักพาไปหาอะไรอร่อย ๆ หม่ำอีกแล้ว แต่กว่าจะเลือกร้านได้ ตระเวณซะเกือบทั่วกรุงเทพฯเลย ตอนแรกจะพาไปหม่ำข้าวต้ม ร้านที่เราตั้งชื่อว่า ร้านสุนทรภรณ์ เจ้าของร้านจะเปิดแต่เพลงสุนทราภรณ์ตลอดเวลา อยู่แถว ๆ เทเวศร์ ร้านที่เราเคยไปหม่ำตอนออกเดทแรก ๆ กัน สุดที่รักบอกว่าไม่ได้ไปมานานมาก แล้วก็เปลี่ยนใจขับรถเล่นไปเรื่อยเปื่อย ผ่านที่ที่เราคุ้นเคย สะพานพระรามแปด เราชอบแถวนั้น เราว่ามันคลาสสิกดี แล้ว มันก็เป็นที่ ที่เราเจอกันครั้งแรกด้วยสิ จะไปร้านที่ชอบทาน แต่ร้านดันปิดสงสัยคงเพราะเป็นวันฝนตกด้วย สุดท้ายสุดที่รักเลยเปลี่ยนใจ พามาที่ร้าน เจ๊ไข่ แถวประชาชื่นแทน สุดที่รักเคยพามาทาน ตอนเราไม่สบาย แล้วมาหาหมอที่ รพ.เกษมราษฎร์ เลือกสั่งเมนูที่ชอบ ๆ ของเราทั้งคู่ ผัดกุ่ยช่ายหมูกรอบ หมึกไข่นึ่งมะนาว เนื้อปูผัดผงกระหรี่ ทานกันไป คุยเรื่องเก่า ๆ กันไป มีความสุขจังคืนนี้

ทานข้าวเสร็จ กำลังจะกลับบ้านกัน แฟนสุดที่รักหันมายิ้มหวาน แถม ทำเสียงน่ารัก ๆ ถามเราว่า

แฟนสุดที่รัก: อาหารอร่อยมั๊ย??

เรา: อร่อยมาก ๆๆๆๆ เลย (ทำเสียงตะแง๊ว ๆๆ ปัญญาอ่อนเล็กน้อย)

แฟนสุดที่รัก: อร่อย เพราะไม่ต้องกินฝีมือตะเองใช่เปล่า

แหม กำลังจะซึ้งอยู่แล้วเชียว ชอบขัดคอทู้กที 55555

15.5.52

แอบถ่าย

ใกล้ครบรอบ 3 ปี แล้ว สำหรับความรักของเรา เลยตั้งใจอยากจะเขียนเรื่องราวที่น่ารัก ๆ น่าประทับใจ หวาน ๆ ซึ้ง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองคน ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี เพราะทุกครั้งที่นึกย้อนกลับไปทีไร ทำให้เราอมยิ้มได้อย่างมีความสุขทุกที แต่ความตั้งใจของเราก็ถูกเบรกเอี๊ยด !!! ด้วยฝีมือของแฟนสุดที่รัก

3 วันแล้วที่ฝนตกตอนเช้า บรรยากาศ ดี๊ดี แฟนสุดที่รัก ตื่นสาย ได้ทุกวัน เราตื่นก่อนเพื่อเตรียมอาหารเช้าใส่กล่องให้ไปทานที่ทำงาน ข้าวเหนียวนึ่ง+ปลานิลทอด+ผัดฟักทอง ใส่กล่องเรียบร้อย สุดที่รักอาบน้ำแต่งตัวลงมา เราถามว่าจะหม่ำข้าวเช้ามั๊ย เค้าบอก ไม่ดีกว่าเพราะสายแล้ว เราเดินไปส่งที่ประตูรั้วบ้าน เหมือนทุกวัน ก่อนออกจากบ้าน แฟนสุดที่รักหันมาบอกว่า "มีอะไรอยู่ในมือถือ ลองไปดูนะ!!"

ด้วยความสงสัยใคร่อยากรู้ แฟนสุดที่รักจะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีก ก็รีบเปิดมือถือเข้าไปที่ File Multimedia แล้วก็ไปที่ Album ทันที แล้วสิ่งที่ได้เห็นก็คือ....


V


V


V


V

ถูกแอบถ่ายอีกแล้ว !!!!...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการถูกแอบถ่าย มันเกิดขึ้นบ่อยมาก ๆ แต่ละรูปดูไม่ได้เลยจริง ๆ นี่เราพยายามคัดเลือกรูปที่น่าเกลียดน้อยที่สุดแล้ว (5555)

เคยมีอยู่ครั้งนึง กำลังนอนดู TV กันที่โซฟา แล้วเราก็หลับไปเหมือนเดิม พอตื่นมา แฟนสุดที่รักก็เอารูปที่แอบถ่ายมาให้ดู ด้วยความภาคภูมิใจสุด ๆ คือการเอาเมล็ดฟักทอง มายัดจมูกเรา แล้ว ก็เอามาทำเป็นเขี้ยว(น่าเกลี๊ยด !!) ก็ถ่ายได้เนอะ ไม่ช่วยกันรักษาภาพเล้ย

เราก็เอาคืนบ้างด้วยการถ่ายคลิปเวลาแฟนสุดที่รักนอนกรน หรือ ไม่ก็ตอนที่นอนน้ำลายฟูมปากนิด ๆ ที่มุมปาก(เดาว่ากำลังฝันเรื่องของกินอยู่ 555)

เคยคุยกันว่า "นี่ถ้าเราเป็นดารา มือถือเสียแล้วส่งซ่อม คงได้มีภาพหลุดเป็นภาพน่าเกลียด ๆ ทั้งน้าน..นนน โชคดีที่เราไม่ได้เป็นดารา 55555

12.5.52

เรื่องของ "เธอกับฉัน" และ "เค้าคนนี้"

นี่ก็เกือบ 3 ปีแล้วสินะ ที่ "เธอ" ทำให้ ฉันเจ็บปวด เจียนตาย ฉันเกือบลืมเธอไปแล้ว ถ้าหากไม่บังเอิญไปเจอ CD อันนึง ที่เก็บรวบรวมเรื่องราว "ของเธอกับฉัน" เอาไว้ มันเป็นความทรงจำที่เลวร้ายมากสำหรับฉัน แต่ในความเลวร้าย ฉันคงต้องขอบคุณ "เธอ" มาก ๆ ที่ทำให้ฉันได้เจอกับรักแท้ ทำให้ฉันรู้ว่าใครที่รักฉันจริง และ พร้อมจะอยู่เคียงข้างฉันตลอดเวลา "เธอ" รู้มั๊ย ขนาดแม่ของฉัน ยังบอกเลยว่า "เค้าคนนี้" ดูแลฉัน ได้ดีกว่าที่แม่ทำซะอีก ฉันแทบลืมความเจ็บปวดจาก "เธอ" เลย


ตอนนั้นงานฉันยุ่งมาก ฉันไม่เคยได้นอนก่อนเที่ยงคืนเลยซักวัน คิดว่า ตัวเองเป็น Wonder woman ซะอีก ที่ทำงานได้อย่างบ้าคลั่งแบบนี้ ช่วงนั้นทั้งเหนื่อย ทั้งเครียดมาก ๆ รู้สึกว่าร่างกายมันเริ่มประท้วงแล้ว ฉันเคยรู้จักเธอ ได้ยินชื่อเสียงเธอมานาน แต่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้เจอกับ "เธอ" วันนั้นฉันไปออกกองถ่ายเหมือนเดิม มีนัดสัมภาษณ์คุณหมอ ที่ รพ.วัฒโนสถ ระหว่างรอคุณหมอ ฉันรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง คลื่นไส้ และ อาเจียน ปวดจน ไม่มีเรี่ยวแรงจะเดิน เสียงพูดเริ่มแผ่วลง ตอนแรกสันนิษฐานเองว่า อาหารอาจจะเป็นพิษ เพราะพึ่งทานอาหารใต้รสจัดไป หรือ อาจจะปวดรอบเดือนก็ได้ แต่ครั้งนี้ทำไมปวดรุนแรงกว่าทุกครั้ง น้องประสานงานบอกว่า หน้าฉันซีดมาก ๆ คิดว่าไม่ได้การแล้ว ต้องรีบแอดมิทด่วน ที่ รพ.กรุงเทพ นี่แหละ คุณหมอออกสาว ท่านแรกมาตรวจ ฉันถูกซักประวัติมากมาย เช่น "แต่งงานแล้วหรือยัง" "ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่" และอีกหลายคำถาม แล้วคุณหมอก็บอกว่า "หมอขอตรวจทางทวารหนัก หมอสงสัยว่าอาจจะมีสิ่งผิดปกติในท้องคุณ"พอคุณหมอตรวจเสร็จ ก็บอกว่า ต้องรีบอัลตร้าซาวด์ด่วน ฉันถูกเข็นมาอีกห้องนึงเพื่อทำอัลตร้าซาวด์มีแต่ความปวด และ ปวด ผลตรวจออกมา แล้วฉันก็ได้เจอกับ "เธอ" "ช็อกโกแลตซีสต์" "เธอ" ใหญ่เกือบ 5 cm เลย



คุณหมอบอกว่า "การมีลูก" จะทำให้ "เธอ" หายไปจากฉัน แต่มันจะเป็นได้ไงล่ะ เพราะฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้นี่นา เลยแอบเช็คราคาผ่าตัดของที่นี่ ราคาเบา ๆ แค่ เก้าหมื่นเก้าเอง เฉพาะค่าหมอ และ ค่าอัลตร้าซาวด์เมื่อกี้ห้าพันกว่าบาทเท่านั้น (เธอนะเธอ)

ฉันเลยให้เจ้าหน้าที่โทรเรียกรถพยาบาลจาก เวชธานี มารับตัว เพราะมีประกันชีวิตและประกันสังคมที่นั่น น่าจะสะดวกถ้าต้องมีการผ่าตัด ฉันนอนในรถพยาบาล ยังปวดท้องอยู่ นอนหลับตา โลกหมุนเคว้ง เหมือนคนกำลังจะตาย อยากให้ถึงที่รพ.เร็ว ๆ เพราะฉันรู้ว่า "เค้าคนนี้" มารอฉันอยู่แล้ว ฉันอยากเจอเค้า เผื่อว่า ความเจ็บปวดจาก "เธอ" จะหายไปได้บ้าง



5 คืน ที่ รพ. ฉันไม่ต้องผ่าตัด คุณหมอให้ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ ยากันอาเจียน และอีกยาปฎิชีวนะ อีกหลาย ๆๆๆ ตัว ฉันเจอเอฟเฟคจากยา ทั้งเป็นไข้ อาเจียน ทั้งท้องเสีย เวลาฉี่ หรือ ขับถ่าย มันปวด มันแสบ ทรมานไปถึงมดลูกเลย "เธอ" รู้มั๊ย ว่า "เค้าคนนี้" ดูแลฉันทุกอย่างเลย เค้าไม่ยอมให้พยาบาลเช็คตัวฉัน "เค้าคนนี้" ทำเองทุกทั้ง ทั้งเช็ดตัว เปลี่ยนชุด ปะแป้ง ป้อนข้าว พาเข้าห้องน้ำ ทำความสะอาดทุกอย่าง แม่ถึงได้เอ่ยปากชม ว่า "เค้าคนนี้" ดูแลฉันได้ดีกว่าที่แม่ทำซะอีก ไม่มีรังเกียจเลย แม่ฝากให้ "เค้าคนนี้" ดูแลฉันให้ดี ๆ แล้ว "เค้าคนนี้" ยังชวนแม่ของฉันไปบน ที่ศาลพระภูมิของรพ. ขอให้ฉันไม่เป็นอะไร ขอให้ไม่ต้องผ่าตัด ขอให้ "เธอ"หายไปจากฉัน "เค้าคนนี้" คงโกรธเกลียด "เธอ"มากเลย


"เค้าคนนี้" อยู่เฝ้าฉันทุกวัน ทุกคืน ทั้ง ๆ ที่เค้าเพิ่งเริ่มงานใหม่ได้เพียงไม่กี่วัน เค้ายอมลางาน ขาดงาน "เธอ" รู้มั๊ย ผลจากการที่เค้ามาคอยเฝ้าฉัน ทำให้ "เค้าคนนี้" ต้องออกจากงาน ฉันรู้สึกกว่าทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง แต่ก็นั่นแหละนะ ถ้าฉันไม่ได้เจอกับ "เธอ" ฉันอาจจะไม่มีความรัก ดี ๆ แบบนี้ก็ได้



2 ปี กับอีก 9 เดือน ที่ "เธอ" อยู่กับฉัน วันนี้ "เธอ" เหลือ แค่ 3 cm เท่านั้น น้อยลง น้อยลง



2 ปี กับอีก 10 เดือน ที่ "เค้าคนนี้" อยู่กับฉัน วันนี้ความรักที่มีให้กัน มีแต่ เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น